Search Result 5 Found

  • Filters
 
1
การศึกษาคุณภาพน้ำในเขตว่ายน้ำชายหาดบางแสน หาดพัทยา และหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี 2534
A study on coastal water quality in the swimming zones at Bangsaen Pattaya and jomtien Beaches in Chonburi Province in 1991
งานวิจัย/Research report 2534
โดย : ฑูรย์ มกกงไผ่, พัฒนา ภูลเปี่ยม, แววตา ทองระอา
95
Coastal water quality in the swimming zones at Bangsaen, Pattaya and Jomtien beaches were studied during the month of January to December 1991. It was found that the water quality in each beach was in the following rang : Bangsaen beach, temperature 27.0-32.0 ํC, salinity 17.0-36.0%, pH 7.92-8.36, dissolved oxygen 5.5-8.8 mg/1, BOD 0.4-7.4 mg/l, total coliform bacteria 13-18,000 MPN/100 ml and faecal coliform bacteria 8-2,400 MPN/100 ml. Pattaya beach found that the temperature was 28.0-32.0 ํC salinity 27.0-35.0%, pH 7.70-8.45, dissolved oxygen 4.6-12.5 mg/1, BOD 0.3-8.0 mg/1, total coliform bachteria 21-240,000 MPN/100 ml and faecal coliform bacteria 2-130,000 MPN/100 ml. Jomtien beach found that the temperature was 28.0-32.0 ํC, salinity 30.0-36.0% , pH 7.75-8.39, dissolved oxygen 6.1-8.9 mg/1, BOD 0-8.3 mg/1, total coliform bacteria <2-2,800 MPN/100 ml and faecal coliform bacteria <2-2,400 MPN/100 ml.Based on the coastal water quality standard for swimming which specified that the total coliform bacteria should not be more than 1,000 MPN/100 ml, the results indicated that the water quality of all the three beaches were not in good condition for swimming in some stations and some months, except at South Pattaya was degraded almost throughout the year. Comparing the water quality for swimming of the three beaches found that Jomtein beach is the best, followed by Bangsaen beach and Pattaya beach is the worst. Moreover, the results indicated that the water quality of the three beaches in the year 1991 were more degraded than in the year 1989 and 1990.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
183512.pdf ( )
2
การคัดเลือกเชื้อราที่มีกิจกรรมย่อยสลายลิกนินจากแหล่งธรรมชาติ
Screening for ligni lytic fungi from natural sources
งานวิจัย/Research report 2543
โดย : ศิริโฉม ทุ่งเก้า
95
จากการนำเชื้อราจำนวน 76 ไอโซเลทที่แยกได้จากราย่อยสลายไม้และไม้ผุที่เก็บจากแหล่งธรรมชาติในประเทศไทยมาคัดเลือกหาเชื้อราที่มีกิจกรรมย่อยสลายลิกนิน โดยวิธีตรวจวัดการย่อยสลายสี Poly R-478 จองเชื้อราที่เจริญในอาหารเหลวในสภาวะที่ไม่มีการเขย่าสามารถคัดเลือกเชื้อราที่ย่อยสลายสีได้ทั้งหมด 13 ไอโซเลท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 17 ของราที่แยกได้ทั้งหมด จากการตรวจสอบการผลิตเอนไซม์ลิกนินเปอร์ออกซิเดสและเอนไซม์ในราที่ย่อยสลายสีได้ดีจำนวน 8 ไอโซเลทแต่ตรวจไม่พบกิจกรรมของลิกนินเปอร์ออกซิเดสในาที่ย่อยสีได้ทั้ง 13 ไอโซเลทรวมทั้งราอ้างอิง Sporotrichum pulverulentum TISTR 3326 และ Trametes versicolor TISTR 3324
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1title.pdf ( )
2abstract.pdf ( )
3content.pdf ( )
4chapter1.pdf ( )
5chapter2.pdf ( )
6chapter3.pdf ( )
7chapter4.pdf ( )
8chapter5.pdf ( )
9bibliography.pdf ( )
10appendix.pdf ( )
3
การศึกษาแบคทีเรียที่จำเป็นในระบบกรองน้ำแบบชีววิทยาในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม
A study on the biological filtration bacteria in marine aquarium
งานวิจัย/Research report 2542
โดย : ตรา ตีระเมธี, พัฒนา ภูลเปี่ยม
95
การศึกษาตัวอย่างน้ำและดินตะกอนจากระบบกรองน้ำแบบปิดของตู้เลี้ยงน้ำเค็มในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มของสถาบันวิทยาศาสตร์ทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นระยะเวลา 10 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2541 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2542 พบปริมาณแบคทีเรียรวมในน้ำและดินตะกอน เป็นแบคทีเรียในสกุล Micrococcus, Achromobacter, Pseudomonas, Salmonella, Aeromonas และ Bacillus ปริมาณแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนแอมโมเนียไปเป็นไนไตรท์ในน้ำและดินตะกอน เป็นแบคทีเรียนในสกุล Nitrosomonas, Nitrosococcus และ Nitrosovibrio และปริมาณแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนไนไตรท์ไปเป็นไนเรตทในน้ำและดินตะกอน เป็นแบคทีเรียในสกุล Nitrococcus
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1126561.pdf ( )
4
การศึกษาความหลากหลายของชนิดสัตว์ทะเลในแนวปะการังในภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี)
Biodiversity of marine animals in coral reefs along the Eastern Coast of Thailand (Chonburi Province)
งานวิจัย/Research report 2547
โดย : สุเมตต์ ปุจฉาการ
95
This report presents the species deversity of coral reefs dwelling invertebrates along Chonburi province, the Eastern coast of the Gulf of Thailand. The field surveys were conducted from 40 sites of 22 islands, over the period January 1997 to March 2002. Most of the investigatives were carried out by skin and SCUBA diving during daytime. The specimens were collected by random sampling from reef flat toward on outer reef in the sampling sites. Out of specimens, 428 species were classified from 15 phyla as follow : Porifera 54 species, Cnidaria 151 species, Ctenophora 1 species, Platyhelminth 8 species, Nemertea 2 species, Annelida 21 species, Siphuncula 1 species, Echiura 1 species, Entorpocta 1 species, Phoronida 1 species, Mollusca 63 species, Arthropoda 21 species, Ectoprocta 3 species, Echinodermata 71 species, and Chordata, Urochordata 32 species.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1title.pdf ( )
2P1-P22.pdf ( )
3P23-P41.pdf ( )
4P42-P71.pdf ( )
5P72-P87.pdf ( )
6P88-P108.pdf ( )
7P109-P131.pdf ( )
5
ผลของโลหะหนักบางชนิดที่มีต่อแพลงก์ตอนพืชทะเล
Effects of some heavy metals to marine phytoplankton
งานวิจัย/Research report 2536
โดย : รรัตน์ ชมรุ่ง, วันชัย วงสุดาวรรณ, ฉลวย มุสิกะ, แววตา ทองระอา
95
ผลของโลหะหนักบางชนิด ได้แก่ แคดเมี่ยม และสังกะสี ได้ทำการทดลองกับแพลงก์ตอนพืชทะเล 2 ชนิด คือ Dunaliella tertiolecta และ Tetraselmis sp. ที่ระดับความเข้มข้น 5 ระดับในช่วยระหว่าง 0.1 ถึง 10.0 มิลลิกรัมต่อลิตร รวมทั้งมีกลุ่มควบคุมด้วย โดยศึกษาผลที่มีต่อการเจริญเติบโตรของเซลล์ (จำนวนเซลล์) และปริมาณคลอโรฟิล เอ ทำการทดลองภายใต้สภาพการให้แสงสว่างอย่างต่อเนื่องที่อุณหภูมิ 27+-1 องศาเซลเซียส ภายในระยะเวลา 96 ชั่วโมง โดยใช้น้ำทะเลธรรมชาติที่ผ่านการกรอง (ความเค็ม 30+-1 ส่วนในพันส่วน และความเป็นกรดและด่าง 8.5+-0.1) การทดลองได้ทำซ้ำรวม 3 ครั้งสำหรับโลหะหนักแต่ละชนิด และวิเคราะห์ความเข้มข้นที่แท้จริงของโลหะหนักในน้ำทดลองด้วยความเป็นพิษแสดงโดยพิจารณาจากค่า NOEC, LOEC, IC25 และ IC50 สำหรับค่า IC50 ของแคดเมี่ยมที่มีต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ และปริมาณคลอโรฟิล เอ ของ D.tertiodlecta มีค่าเท่ากับ 3.96 และ 6.03 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ในขณะที่ของ Tetraselmis sp. มีค่าเท่ากับ 3.94 และ 5.53 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ และสำหรับสังกะสีนั้น พบว่า ค่า IC50 ที่มีต่อการเจริญเติบโต และปริมาณคลอโรฟิล เอ ของ D.tertiolecta มีค่าเท่ากับ 0.56 และ 0.39 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ และของ Tetraselmis sp. มีค่าเท่ากับ 0.57 และ 0.35 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ สังกะสี พบว่ามีพิษต่อ D. tertiolecta และ Tetraselmis sp. มากกว่าแคดเมี่ยม และแพงก์ตอนพืชทะเลทั้งสองชนิดมีความทนทานต่อพิษของโลหะแคดเมี่ยมและสังกะสีไม่แตกต่างกัน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1116501.pdf ( )

Search within results