Search Result 14 Found

  • Filters
 
1
การประเมินความพร้อมในการปฏิบัติการพยาบาลของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
EVALUATION OF READINESS IN NURSING PRACTICE OF NURSING CURRICULUM IN SECOND CLASS OF NURSING STUDENT PHA POK KLAW NURSING COLLAGE
งานวิจัย/Research report 2549
โดย : มาลี ราชนิยม, รัชชนก สิทธิเวช, คณิสร แก้วแดง
142
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญของทักษะการพยาบาลขั้นพื้นฐาน ตามการรับรู้ของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 และ 4 และศึกษาความมั่นใจและความพร้อมในการปฏิบัติทักษะการพยาบาลขั้นพื้นฐานของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ก่อนการฝึกภาคปฏิบัติจริงบนหอผู้ป่วย ในรายวิชาแนวคิดพื้นฐานและหลักการพยาบาล 3 กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2,3 และ 4 วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ปีการศึกษา 2546 จำนวน 187 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามประเมินความสำคัญของทักาะการพยาลขั้นพื้นฐานแต่ละทักษะและแบบสอบถามประเมินความมั่นใจในการปฏิบัติทักษะการพยาบาลขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าความพร้อมในการปฏิบัติทักษะการพยาบาลของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 มี 2 ระดับ คือ มากและปานกลาง โดยมีความพร้อมในการปฏิบัติทักษะการพยาบาลขั้นพื้นฐานที่มากที่สุดจำนวน 37 ทักษะคิดเป็นร้อยละ 82.22 และระดับปานกลางมี จำนวน 8 ทักษะ คิดเป็นร้อยละ 17.78 ผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าก่อนที่จะให้นักศึกษาพยาบาลขึ้นฝึกปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยจริงกับผู้รับบริการผู้นิเทสควรจัดกิจกรรมเสริมความมั่นใจให้นักศึกษาได้มีโอกาสทบทวนและฝึกปฏิบัติทักษะการพยาบาลที่ยังไม่มั่นใจ เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติการพยาบาลกับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1title.pdf ( 0.48 MB)
2abstract.pdf ( 1.33 MB)
3content.pdf ( 1.79 MB)
4chapter1.pdf ( 2.65 MB)
5chapter2.pdf ( 28.54 MB)
6chapter3.pdf ( 2.51 MB)
7chapter4.pdf ( 4.35 MB)
8chapter5.pdf ( 1.98 MB)
9bibliography.pdf ( 1.30 MB)
10appendix.pdf ( 4.87 MB)
2
การประเมินโครงการอบรมหลักสูตรพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) รุ่นที่ 3 ของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
The Evaluation of primary care nurse practitioners program (general primary care)the 3 rd cohort, Phrapokklap nursing college chanthaburi
งานวิจัย/Research report 2555
โดย : ่งนภา เขียวชะอ่ำ, ศรีสุดา งามขำ, สุชาดา นิ้มวัฒนากุล, คนึงนิตย์ พงษ์สิทธิถาวร, จริยาพร วรรณโชติ, รสสุคนธ์ เจริญสัตย์ศิริ
142
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติ และความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมและ ระดับพร้อมในการจัดการอบรมหลักสูตรพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) รุ่นที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี จำนวน 55 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามวัดระดับความรู้ ความสามารถ เจตคติ และสมรรถนะของพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป วิเคราะห์โดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความแตกต่างของคะแนนเปรียบเทียบก่อน-หลังการอบรม
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1titlepage.pdf ( 0.08 MB)
2abstract.pdf ( 0.16 MB)
3chapter1.pdf ( 0.11 MB)
4chapter2.pdf ( 0.41 MB)
5chapter3.pdf ( 0.11 MB)
6chapter4.pdf ( 0.13 MB)
7chapter5.pdf ( 0.11 MB)
8chapter6.pdf ( 0.09 MB)
9reference.pdf ( 0.30 MB)
3
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว นาน 6 เดือนหลังคลอดของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า
Factors Influencing Intention to Exclusive Breastfeeding for 6 Months after Giving Birth of Pregnant women attending Antenatal Care pf Phra-Pok-Klao Hospital
งานวิจัย/Research report 2549
โดย : รณวิมล วิเชียรฉาย, ทิพวรรณ ลิ้มประไพพงษ์, จันทรมาศ เสาวรส
142
การวิจัยนี้เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนหลังคลอดของหยิงตั้งครรภ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ฝากครรภ์ ในดรงพยาบาลพระปกเกล้า จำนวน 300 ราย โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ 1. ข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนที่ 2. ความเชื่อของหญิงตั้งครรภ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนหลังคลอด ส่วนที่ 3. ความตั้งใจของหญิงตั้งครรภ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนหลังคลอด แบบสอบถามทั้ง 3 ส่วนผ่านการตรวจสอบความตรงตามมเนื้อหา จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ จากนั้นนำไปทดลองใช้กับหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภื ในจังหวัดชลบุรี จำนวน 15 คน และนำข้อมูลที่ได้มาหาค่าความเที่ยงของเครื่องมือ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_pregnant.pdf ( 1.83 MB)
4
ผลของโปรแกรมการสอนมารดาในการนวดสัมผัสทารกคลอดก่อนกำหนดต่อความผูกผันระหว่างมารดาและทารกและความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความผูกพัน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
Effects of the teaching programof preterm infant massage for mother on maternal-infant attachment,and the correlation of factors related with the attachment:a case study of phrapokklao hospital,chanthaburi province
งานวิจัย/Research report 2552
โดย : จริยาพร วรรณโชติ
142
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสอนมารดาในการนวดสัมผัสทารกคลอดก่อนกำหนดต่อความผูกผันระหว่างมารดาและทารก และความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความผูกพัน ดำเนินการวิจัยในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาและทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 19 คู่ โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1content.pdf ( 1.86 MB)
2chapter1.pdf ( 3.82 MB)
3chapter2.pdf ( 16.09 MB)
4chapter3.pdf ( 3.70 MB)
5chapter4.pdf ( 6.65 MB)
6chapter5.pdf ( 4.22 MB)
7bibliography.pdf ( 4.55 MB)
8title.pdf ( 0.56 MB)
9abstract.pdf ( 1.46 MB)
5
รายงานการวิจัย คุณภาพชีวิตผู้ป่วยภายหลังการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร
Quality of life in patients after implantation of permanent pacemaker
งานวิจัย/Research report 2549
โดย : นาถ บรรเทาวงษ์, ยสพล เหลืองโสมนภา, เจริญพิศ รัตนาธรรม
142
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยภายหลังการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงพรรณา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้ป่วยภายหลังการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร ที่มาตรวจตามนัด ณ.หน่วยตรวจพิเศษแผนกโรคหัวใจ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ในระหว่างเดือนมีนาคม 2549 ถึงเดือนมิถุนายน 2549 จำนวนทั้งสิ้น 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวบข้อมูลประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไปและแบบสัมภาษณ์คุณภาพชีวิตที่ตรวจสอบความเชื่อมั่นด้วยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาช ได้ค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติ Mann Whitney U test ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตโดยรวมเท่ากับ 25.14 โดยมีคะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตด้านครอบครัวสูงสุด สำหรับด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตต่ำสุด คือด้านภาวะสุขภาพและการทำหน้าที่ของร่างกาย
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_permanent pacemaker.pdf ( 2.30 MB)
6
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การกับสภาพองค์การแห่งการเรียนรู้ของวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
The relationship between organizational culture and learning organization of college, the ministry public health
งานวิจัย/Research report 2550
โดย : ญจวรรณ ทิมสุวรรณ, ยศพล เหลืองโสมนภา, พจนาถ บรรเทาวงษ์
142
การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์และอำนาจในการทำนาย ของวัฒนธรรมองค์การที่มีต่อสภาพองค์การแห่งกการเรียนรู้ของวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์ที่ปฏิบัติงานในวิทยาลัยสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 577 คน เครื่องมือในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามวัฒนธรรมองค์การ ที่ปรับปรุงจากแบบสอบถามของ ชนกพรรณ ดิลกโกมล (2546) มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .97 และแบบสอบถามสภาพองค์การแห่งการเรียนรู้ที่ปรับปรุงจากแนวคิดของมาร์ควอร์ท มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ . 97 ส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_organizational.pdf ( 2.59 MB)
7
การวิเคราะห์องค์ประกอบวัฒนธรรมองค์การของสถาบันการศึกษาในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
Factor analysis of organizational culture among educational institptions under the praboromarajchanok institute of health workforce development, thailand's ministry of public health
งานวิจัย/Research report 2551
โดย : ยศพล เหลืองโสมนภา
142
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบวัฒนธรรมองค์การของวิทยาลัยสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์ที่ปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษา สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 720 คน เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามวัฒนธรรมองค์การที่ปรับปรุงจากแบบสอบถามของชนกพรรณ ดิลกโกมล จำนวน 36 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .97 เก็บรวมรวบข้อมูลด้วยวิธี ส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ในระหว่างเดือนธันวามคม พ.ศ. 2549 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2550 ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน "
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_culture.pdf ( 2.18 MB)
8
รายงานการวิจัย ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาระการดูแลของญาติผู้ดูแล กับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันและสมรรถภาพทางสมองของผุ้สูงอายุป่วยเรื้อรัง ในเขตภาคตะวันออก
The relationships between perceptions of burden of family care givers and abilities to perform activities of daily living and cognitive functional abilities of the elderly with chronic illness in eastern region of thailand
งานวิจัย/Research report 2547
โดย : ปิ่นนเรศ กาศอุดม
142
การทำวิจัยเรื่องครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์การเจ้บป่วยเรื้อรังของผู้สูงอายุ คุณลักษณะและลักษณะการดูแลผู้สูงอายุป่วยเรื้อรังของญาติผู้ดูแล และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การรับรู้ภาระการดูแลของญาติผู้ดูแลกับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันและสมรรถภาพทางสมอง ของผู้สูงอายุป่วยเรื้อรัง กลุ่มตัวอย่างคือ ญาติผู้ดูแลผู้สูงอายุป่วยเรื้อรัง ในเขตภาคตะวันออก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลคุณลักษณะญาติผู้ดูแล ข้อมูลผู้ป่วย และข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลของญาติผู้ดูแล แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (ADLs) แบบวัดสมรรถภาพสมอง (TMSE) ซึ่งเป็นแบบวัดมาตรฐาน และแบบสอบถามการรับรู้ภาระในการดูแลของญาติผู้ดูแล มีค่าคอนบราค แอลฟ่า เท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณา และหาความสัมพันธ์ โดยการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของเพียรสัน"
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1chronic_ADL.pdf ( 0.70 MB)
9
รายงานการวิจัย ความต้องการการพัฒนาความรู้ในการปฏิบัติงานของครูพี่เลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในจังหวัดจันทบุรี
The child-care takers' needs in developing knowledge used to care for children in daycares in chanthaburi,Thailand
งานวิจัย/Research report 2549
โดย : คร พร้อมเราะ, ยศพล เหลืองโสมนภา, ลลิตา เดชาวุธ
142
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการการพัฒนาความรู้ในการปฏิบัติงานของครูพี่เลี้ยงเด็กศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในจังหวัดจันทบุรี กลุ่มตัวอย่างคือครูพี่เลี้ยงเด็กศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดจันทบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบสอบถามความต้องการการพัฒนาความรู้ในการปฏิบัติงานของครูพี่เลี้ยงเด็ก ความเชื่อมั่นซ้ำภายหลังเก็บข้อมูล ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .97 ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม 2548 จำนวน 110 ฉบับ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_daycares.pdf ( 1.32 MB)
10
การวิเคราะห์องค์ประกอบพฤติกรรมการดูแลแบบเอื้ออาทรของอาจารย์พยาบาล
FACTOR ANALYSIS OF CARING BEHAVIOR AMONG NURSING INSTRUCTORS
งานวิจัย/Research report 2551
โดย : พล เหลืองโสมนภา, เบญจวรรณ ทิมสุวรรณ, สาคร พร้อมเพราะ
142
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบพฤติกรรมการดูแลแบบเอื้ออาทรของอาจารย์พยาบาล กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 4 ที่กำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ปีการศึกษา 2549 จำนวน 1,320 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเองตามแนวคิดของวัตสัน จำนวน 66 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.95 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ในระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2550 ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ทั่วไปด้วยสถิติแจกแจงความถี่ ร้อยละวิเคราะห์องค์ประกอบพฤติกรรมการดูแลแบบเอื้ออาทรของอาจารย์พยาบาลด้วยสถิติ Factor analysis สกัดองค์ประกอบด้วยเทคนิค Principal components analysis และหมุนแกนแบบ Orthogonal ด้วยวิธี Varimax โดยกำหนดจุดตัดค่าจุดตัดของน้ำหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.50
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_caring.pdf ( 2.38 MB)
11
การศึกษาทักษะการพยาบาลระดับวิชาชีพตามการรับรู้ของบัณฑิต
The perception of graduates' professional nursing skills
งานวิจัย/Research report 2545
โดย : ภา ลี้ศิริวัฒนกุล, คนึงนิตย์ พงษ์สิทธิถาวร
142
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทักษะการพยาบาลระดับวิชาชีพตามการรับรู้ของบัณฑิต ประชากรที่ทำการศึกษาคือนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4 และนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ต่อเนื่อง) ชั้นปี่ที่ 2 ปีการศึกษา 2544 จำนวนทั้งหมด 223 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามทักษะการพยาบาลระดับวิชาชีพตามการรับรู้ของบัณฑิต ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_perception.pdf ( 2.43 MB)
12
ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการประเมินคุณภาพการสอนของอาจารย์และสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
Nursing students' satisfaction toward the teaching quality and learning facilities evaluation methods
งานวิจัย/Research report 2550
โดย : โสภา ลี้ศิริวัฒนกุล
142
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการประเมินคุณภาพการสอนของอาจารย์และสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และเปรียบเทียบความพึงพอใจในวิธีการประเมินคุณภาพการสอนของอาจารย์สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ระหว่างการระบายทึบในกระดาษคำตอบใบประเมิน และการบันทึกลงในคอมพิวเตอร์โดยตรง กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษาคือ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 1 ถึง 3 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 222 คน ของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจ ทำการวิเคราะห์โดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความพึงพอใจโดยใช้สถิติ Paired-Samples T Test
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1titlepage.pdf ( 0.99 MB)
2abstractthai.pdf ( 0.52 MB)
3abstract.pdf ( 0.49 MB)
4content.pdf ( 2.39 MB)
5chapter1.pdf ( 1.98 MB)
6chapter2.pdf ( 20.29 MB)
7chapter3.pdf ( 1.97 MB)
8chapter4.pdf ( 7.62 MB)
9chapter5.pdf ( 3.84 MB)
10bibliography.pdf ( 1.01 MB)
13
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์พยาบาลตามความคาดหวังของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
DESIRABLE CHARACTERICS OF NURSING INSTRUCTORS AS EXPECTED BY STUDENTS IN PHRAPOKKLOA NURSING COLLEGE,CHANTABURI
งานวิจัย/Research report 2551
โดย : ทองใหญ่ วัฒนศาสตร์
142
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์พยาบาลความคาดหวังของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี แหล่งข้อมูลเป็นนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 1, 2, 3, 4 และหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต(ต่อเนื่อง 2 ปี) ปีการศึกษา 2549 โดยใช้ระเบียบวิจัยสนามเชิงคุณภาพ โดยการสอบถามพูดคุยกับนักศึกษาพยาบาลในวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี แต่ละชั้นปี ด้วยเทคนิค สัมภาษณ์แบบเจาะลึก ข้อมูลที่ได้มาจาก 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนแรก บุคคลที่จะสัมภาษณ์มาจากการสุ่มแบบไม่เจาะจง ส่วนที่สอง มาจากการใช้แบบสอบถามปลายเปิดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์พยาบาลตามความคาดหวังของนักศึกษา ซึ่งใช้แบบสอบถามนักศึกษาทุกคน จำนวน 435 คน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1re_desirable.pdf ( 0.72 MB)
14
รางานวิจัย พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการที่คลินิกเบาหวานโรงพยาบาลบ่อไร่ จังหวัดตราด
Health promoting behaviors of diabetic patients seeking care at diabetic clinic of borai hospital, Trat Province
งานวิจัย/Research report 2547
โดย : พล เหลืองโสมนภา, สิริรัตน์ เหลืองโสมนภา, สุธีรัตน์ อนันต์
142
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินที่มารับบริการที่คลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลบ่อไร่ จังหวัดตราด ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2546 ถึงเดือนมีนาคม 2547 จำนวนทั้งสิ้น 161 ราย ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพโดยรวม และด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพ ด้านโภชนาการ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านการจัดการความเครียด และด้านการพัฒนาทางจิตวิญญาณในระดับปานกลาง ส่วนในด้านกิจกรรมทางด้านร่างกายพบว่า อยู่ในระดับน้อย กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ P< .01 ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีเพศ อายุ รายได้ของครอบครัวและระยะเวลาที่เป็นโรคต่างกันมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1diabetic patients.pdf ( 2.05 MB)

Search within results