Search Result 131 Found

  • Filters
 
1
การศึกษาสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study of Conditions and Problems on the Curriculum Administration of Learners? Development Activity in terms of Boy-scout Activity in the Basic Schools under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2010
โดย : สนิท แสงจันทร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูผู้สอนด้านกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 162 คน เครื่องมือในการวิจัยใช้แบบสอบถามการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เกี่ยวกับสภาพและปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสือ มีค่าความเชื่อมั่นของฉบับสภาพการบริหารหลักสูตรเท่ากับ 0.965 และ ค่าความเชื่อมั่นของฉบับปัญหาการบริหารหลักสูตรเท่ากับ 0.985 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่า ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวม มีสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสืออยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านนโยบาย มีสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอยู่ในระดับมาก ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวม มีปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสืออยู่ในระดับน้อย ยกเว้น ด้านการประเมินผล มีปัญหาการบริหารหลักสูตรอยู่ในระดับปานกลาง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่อภาษาไทย.pdf ( 0.06 MB)
3บทคัดย่อภาษาอังกฤษ.pdf ( 0.04 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.09 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.38 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.09 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.19 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.14 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.12 MB)
10ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
2
การศึกษาปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตกพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1.
The Study of Problems on Small-Sized School Administration กunder the Jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2010
โดย : สมจิต เสนาวิเศษ
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 และ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ที่ปฏิบัติงาน ในปีการศึกษา 2552 จำนวน 168 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .98 สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test (Independent Samples) กกกกกกกผลการศึกษา พบว่า กกกกกกก1. ผู้บริหารโรงเรียนมีความคิดเห็นต่อระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย และเมื่อพิจารณา รายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารวิชาการ รองลงมาได้แก่ ด้านการบริหารงบประมาณ และด้านการบริหารทั่วไป ตามลำดับ ส่วนครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อระดับปัญหา การบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารวิชาการ รองลงมา ได้แก่ ด้านการบริหารงบประมาณ และด้านการบริหารทั่วไป ตามลำดับ กกกกกกก2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวม ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนและ ครูผู้สอน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.05 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.10 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.26 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.16 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.27 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.13 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
10ประวัติผู้ศึกษา.pdf ( 0.05 MB)
3
ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Causal Factors Influencing to Students? LearningAchievement on Science for Mathayomsuksa 6 students under The Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : วิมล ประจงจิตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กกกการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 และ2) เพื่อพัฒนารูปแบบของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาโดย การสุ่มแบบแบ่งชั้นเชิงเป็นสัดส่วน (Proportional stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ผลการวิจัยพบว่า กกกกกกก1) ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1ได้แก่ การสนับสนุนทางการเรียนของผู้ปกครอง คุณภาพการสอน การอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว เจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์บรรยากาศในชั้นเรียน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ อยู่ในระดับมาก ส่วนความตั้งใจเรียน การรับรู้ความสามารถ ของตนเองในการเรียน และมโนภาพเกี่ยวกับตนเองอยู่ในระดับปานกลาง ความรู้พื้นฐานเดิม อยู่ในระดับผลการเรียนดีพอใช้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 อยู่ในระดับผลการเรียนต่ำ 2) รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นระหว่างปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ความตรงของรูปแบบพิจารณาได้จากค่าสถิติไค-สแคว์ (2) เท่ากับ 42.120 (p = 0.109) มีค่าดัชนีสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ 0.981 และดัชนีความสอดคล้องที่ปรับแก้ (AGFI) เท่ากับ 0.961 และ3) ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงอย่างเดียวต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้แก่ ความรู้พื้นฐานเดิม ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อมอย่างเดียวต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้แก่ การสนับสนุนทางการเรียนของผู้ปกครอง คุณภาพ การสอน การอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว ความตั้งใจเรียน การรับรู้ความสามารถของตนเองในการเรียนเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ บรรยากาศในชั้นเรียน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ส่วนตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้แก่ มโนภาพเกี่ยวกับตนเอง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.04 MB)
2คัดย่อ.pdf ( 0.10 MB)
3บทที่ 1n.pdf ( 0.15 MB)
4บทที่ 2n.pdf ( 0.46 MB)
5บทที่ 3n.pdf ( 0.27 MB)
6บทที่4n.pdf ( 0.26 MB)
7บทที่5n.pdf ( 0.16 MB)
8บรรณานุกรม..pdf ( 0.19 MB)
9ประวัติ.pdf ( 0.05 MB)
4
การศึกษาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study of Information Technology Uses for the School Administration of the Schools under the Jurisdiction of Chaiyaphum EducationalService Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : อนุชา สีหาวัฒน์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปฎิบัติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการบริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 และ 2) ศึกษาระดับปัญหาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหาร และครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 351 คน เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 1 ฉบับ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ผ่านการทดลองใช้ ได้ ค่าความเชื่อมั่น 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) และ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายด้าน ทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารงานทั่วไป รองลงมา ได้แก่ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารงานวิชาการ ตามลำดับ 2) ระดับปัญหาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย และเมื่อพิจารณารายด้าน ทั้ง 4 ด้านมีปัญหาระดับน้อย โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารงานวิชาการ รองลงมาได้แก่ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานทั่วไป และด้านการบริหารงบประมาณ ตามลำดับ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.06 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
3บทคัดย่อภาษาไทย.pdf ( 0.06 MB)
4บทคัดย่อภาษาอังกฤษ.pdf ( 0.04 MB)
5บทที่1.pdf ( 0.09 MB)
6บทที่2.pdf ( 0.48 MB)
7บทที่3.pdf ( 0.24 MB)
8บทที่4.1.pdf ( 0.07 MB)
9บทที่4.2.pdf ( 0.08 MB)
10บทที่4.3.pdf ( 0.09 MB)
11บทที่4.4.pdf ( 0.07 MB)
12บทที่4.6.pdf ( 0.08 MB)
13บทที่4.7.pdf ( 0.08 MB)
14บทที่4.8.pdf ( 0.08 MB)
15บทที่4.9.pdf ( 0.08 MB)
16บทที่4.11.pdf ( 0.08 MB)
17บทที่5.pdf ( 0.10 MB)
18บรรณานุกรม.pdf ( 0.12 MB)
19ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
5
สภาพและปัญหาการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อมในการใช้หลักสูตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1.
The Status and Problem of the Implementation of Basic EducationCore Curriculum B.E.2551 in the Prototype School and the Readiness for theCurriculum Implementation School Under the Jurisdiction of Roi-Et EducationalกService Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2011
โดย : สมัย ทองมาก
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อมในการใช้หลักสูตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 ปีการศึกษา 2552 กลุ่มตัวอย่างใช้ในการศึกษา คือ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอน ในโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อมในการใช้หลักสูตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 จำนวน 264 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) กกกกกกกผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ กกกกกกก1) สภาพการใช้หลักสูตรโดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็น รายด้านพบว่าทั้ง 3 ด้าน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการเตรียมความพร้อม รองลงมาได้แก่ ด้านการบริหารหลักสูตร และด้านการดำเนินการใช้หลักสูตร ตามลำดับ กกกกกกก2) ปัญหาการใช้หลักสูตรโดยภาพรวมมีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่ปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านการดำเนินการใช้หลักสูตร และด้านที่มีปัญหาอยู่ในระดับน้อย คือด้านการเตรียมความพร้อม และด้านการบริหารหลักสูตร
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.08 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.08 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.09 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.43 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.14 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.22 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.12 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
10ประวัติย่อ.pdf ( 0.05 MB)
6
การศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1.
The Study on Teachers? Work-Performance Satisfactions in the Schools under the Jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2010
โดย : อรทัย โคตรบุตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กกกกกการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 และ 2) เปรียบเทียบระดับความ พึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษายโสธร เขต 1 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ที่ปฏิบัติงานในปีการศึกษา 2552 จำนวน 333 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ F-test (One-way ANOVA) กกกกกกกผลการศึกษา พบว่า กกกกกกก1. ระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านสถานะของอาชีพ และที่เหลือ 9 ด้าน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเรียงตามลำดับ จากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านนโยบายและการบริหารงาน ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งการงาน ด้านความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ด้านความรับผิดชอบ ด้านความเป็นอยู่ส่วนตัว ด้านความสำเร็จในการทำงาน ด้านการยอมรับนับถือ ด้านการปกครองบังคับบัญชา และด้านเงินเดือน ตามลำดับ กกกกกกก2. ผลการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ที่มีประสบการณ์การทำงานแตกต่างกัน มีระดับความ พึงพอใจในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.05 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.10 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.29 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.15 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.30 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.24 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.08 MB)
10ประวัติผู้ศึกษา.pdf ( 0.05 MB)
7
การศึกษาระดับความพึงพอใจในการจัดสวัสดิการ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดชัยภูมิ ของครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study on the Satisfaction Levels in the Welfare Promotion Management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the Teachers and Educational Personnel under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : กานดา สูรย์ราช
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
This research aimed to : 1) study on the satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1, and 2) compare the on the satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1, separated by the positions and incomes. The samples consisted of 341 teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office1. Theresearch instrument for the data collection was the five-rating scaled questionnaire with the reliability value of 0.93. The statistics used for the data analysis included the percentage, mean, standard deviation and the comparing the differences by using the t-test. กกกกกกกThe research findings revealed that : กกกกกกก1. The satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1 in the holistic image revealed the satisfaction levels at the much level. When taking into considerations in each aspect, it revealed at the much level in every aspect. When ranking from the much to the little level of the mean, they were the aspects of the welfare management for the credit project for the teacher?s life development, welfare management for the loan of cremation aids for teachers and educational personnel, the welfare management for the loan of cremation aids for teachers and educational personnel in case of the wedding mates? death, and the cremation aids for teachers and educational personnel in case of wedding mates? death. กกกกกกก2. When comparing the satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1, separated by the positions and incomes in both as a whole and each aspect, it revealed indifference.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1บทคัดย่อภาษาไทย-อังกฤษ.pdf ( 0.09 MB)
2บทที่ 1.pdf ( 0.10 MB)
3บทที่ 2.pdf ( 0.35 MB)
4บทที่ 3.pdf ( 0.16 MB)
5บทที่ 4.pdf ( 0.38 MB)
6บทที่ 5.pdf ( 0.11 MB)
7บรรณานุกรม.pdf ( 0.12 MB)
8ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
8
การศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
A Study of Conditions and Problems on Internal Quality Assurance Management of the Schools in Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : สิระ บุญญานุสนธิ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นผู้บริหารและครูในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จาก 23 โรงเรียน จำนวน 325 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารและครูที่ผู้วิจัยสร้างสร้างขึ้นเอง มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของเครื่องมือทั้งชุด 0.82 วิเคราะห์โดยการนำมาแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน กกกกกกกผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ กกกกกกก1) สภาพการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 พบว่า อยู่ในระดับดี ทุกด้าน คือ ด้านการเตรียมการ ด้านการดำเนินการและด้านการรายงาน กกกกกกก2) ปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 พบว่า อยู่ในระดับน้อย ทุกด้าน คือ ด้านการเตรียมการ ด้านการดำเนินการและด้านการรายงาน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.10 MB)
3บทที่ 1.pdf ( 0.11 MB)
4บทที่ 2.pdf ( 0.17 MB)
5บทที่ 3.pdf ( 0.11 MB)
6บทที่ 4.pdf ( 0.20 MB)
7บทที่ 5.pdf ( 0.16 MB)
8บรรณานุกรม.pdf ( 0.09 MB)
9ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
9
การศึกษาการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1-2 ขององค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ.
A Study of Participation in Basic Education, Level 1-2 of Sub-district Administrative Organizations, Konsawan District, Chaiyaphum Province.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2551
โดย : ปรียาภรณ์ สัตย์ธรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
The objectives of this research were 1) to study the participation level of basic education management of grade level 1-2 of sub district administrative organizations, Konsawan district, Chaiyaphum province and 2) to seek out the guidelines of participation development in basic education management of grade level 1-2 of sub district administrative organizations, Konsawan district, Chaiyaphum province. The population were chairmans, deputies, vice?presidents, members, school administrators and school vice?presidents of sub-district administrative organizations, Konsawan district, Chaiyaphum province, the total of 265. The research instrument was rating scale questionnaire about the participation toward basic education management of grade level 1-2 with the reliability of 0.98. The data were analyzed by means of frequency, percentage, mean, and standard deviation. In this study, the following are the salient findings : 1. The participation level toward basic education management of grade level 1-2 of sub district administrative organizations, Konsawan district, Chaiyaphum province, as whole, is at medium level, when considering in each dimension found that all falling in a medium level, too. The first three highest average were working encouragement, planning, and evaluation. 2. The guidelines of participation development in basic education management of grade level 1-2 of sub district administrative organizations, Konsawan district, Chaiyaphum province in each dimension, suggestions were as follows : On Planning : to have invited the resource speaker to educate to the members of sub district administrative organizations. On Resource Distribution to have supported the school which under to co?use educational resources for expenses reduction. On Working Encouragement to have provided the welfare needed to members. On Coordination to have supported appropriately the environment in the school to instruction. On Evaluation to have evaluated the using of school building.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
3บทคัดย่ออังกฤษ.pdf ( 0.05 MB)
4บทที่ 1.pdf ( 0.09 MB)
5บทที่ 3.pdf ( 0.10 MB)
6บทที่ 5.pdf ( 0.20 MB)
7บรรณานุกรม.pdf ( 0.11 MB)
8ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.06 MB)
10
การศึกษาสภาพ ปัญหา และแนวทางปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐาน ด้านการบริหาร ของผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1
The Study of Conditions, Problems and Practical Guidelines on the Administrational Standard Criterion of the Administrators in the Small-Size Schools Under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2549
โดย : สนั่น ผดุงชนม์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
The purpose of this research aimed to study the conditions, problems and practical guideline on the administrational standard criterion of the administrators in the small-sized schools under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1. The subjects used in this research include 100 schools administrators in the jurisdiction of Chaiyaphum Education Service Area Office 1, 103 teachers who were responsible for the school education assurance, and 94 presidents of the basic education committee. The research instruments was the questionnaire on the conditions, problem and practical guidelines on the administrational standard criterion with the reliability value of the practical conditions equaled 0.96 and of the practical problems equaled 0.99. The data were analyzed by the frequency, percentage mean, standard deviation and content analysis. The research results were found that the working conducts on the administrational standard criterion in the five domains included organizing the organizations, organizing the learner-centered learning and teaching, administrating curricula and administrators? relationships between schools and communities in the small sized schools under the jurisdiction of Chaiyaphum Education Service Area Office 1. The practical conditions revealed at the ?much? level, but the practical problems were at the ?little? level. Appropriately practical guidelines revealed that administrators had to have leaderships, were able to administrate and manage efficiently, enhance teachers and students to be knowledgeable on currents situations, encourage teachers to understand on using school curricula, offer communities to take part in the managing the education in the schools under the jurisdiction, and focus on accelerate teachers? supplementations.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.06 MB)
3abstract.pdf ( 0.04 MB)
4สารบัญ.pdf ( 0.06 MB)
5บทที่ 1.pdf ( 0.09 MB)
6บทที่ 2.pdf ( 0.17 MB)
7บทที่ 3.pdf ( 0.10 MB)
8บทที่ 4.pdf ( 0.29 MB)
9บทที๋ 5.pdf ( 0.19 MB)
10บรรณานุกรม.pdf ( 0.08 MB)
11ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
11
การศึกษาสุขภาพองค์การของโรงเรียน ตามทัศนะของครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกาชัยภูมิ เขต 1
A Study of Organizational Health on Schools in Teachers' View under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office I.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2550
โดย : วิเชียร ดอนวิชา
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสุขภาพองค์การของโรงเรียน ตามทัศนะของครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ประกอบด้วย มิติสุขภาพองค์การของโรงเรียน 8 มิติ คือ มิติการกำหนดเป้าหมาย มิติบูรณภาพของโรงเรียน มิติภาวะผู้นำฉันท์เพื่อนร่วมงาน มิติการติดต่อสื่อสาร มิติการเป็นผู้นำทางวิชาการ มิติขวัญและกำลังใจใน การปฏิบัติงาน มิติการมุ่งเน้นวิชาการ และมิติการสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 354 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามที่พัฒนาขึ้นจากเครื่องมือวัดสุขภาพองค์การของโรงเรียนประถมศึกษา ที่สร้างขึ้นโดย พรรณี สุวัตถี ซึ่งเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าความเชื่อมั่นตามวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป ค่าสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สุขภาพองค์การของโรงเรียน ตามทัศนะของครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ในภาพรวมทุกมิติ พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณา เป็นรายมิติ พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยมิติที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ มิติการกำหนดเป้าหมาย รองลงมาคือ มิติภาวะผู้นำฉันท์เพื่อนร่วมงาน ส่วนมิติที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกมิติคือ มิติการเป็นผู้นำทางวิชาการ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1บทที่ 1 บทนำ.pdf ( 0.11 MB)
2บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.pdf ( 0.28 MB)
3บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย.pdf ( 0.10 MB)
4บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล.pdf ( 0.18 MB)
5บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ.pdf ( 0.16 MB)
6บรรณานุกรม.pdf ( 0.11 MB)
7ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
8หน้าปก.pdf ( 0.44 MB)
9กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.04 MB)
10บทคัดย่อไทย-อังกฤษ.pdf ( 0.08 MB)
12
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ( Type 2 ) ระยะที่ 1 การศึกษาคุณภาพชีวิตและปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิด ที่ 2 (Type 2 ) ในบริบทจังหวัดชัยภูมิ
Model Development for Quality of life in Adolescents with Type 2 DiabetePhase Is Quality of life and Factors Influencing in Adolescents with Type 2 Diabetes at Chaiyaphum Province.
งานวิจัย/Research report 2554
โดย : ภัทรา จุลวรรณา
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ( Type 2 ) ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยประยุกต์ (Applies Research) เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตและปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิด ที่ 2 (Type 2 ) ในบริบทจังหวัดชัยภูมิ ดำเนินการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2553 ถึง 30 กันยายน 2554 ประชากรในการศึกษา คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับการรักษา ณ คลินิกผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลส่งเสริมคุณภาพตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2554 กลุ่มตัวอย่าง ที่ได้รับการสุ่มเลือก จำนวน 102 ราย การรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นหญิง อายุ ระหว่าง 51 ? 60 ปี สมรสแล้วและอยุ่ด้วยกัน สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา และมีอาชีพทำนา เจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 มานาน 6-10 ปี และ มีภาวะแทรกซ้อน คือ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือด และภาวะไขมันในเลือดสูง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่ม ตัวอย่าง สูงสุด 302 มก.% ต่ำสุด 73 มก.% ค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มตัวอย่าง 151.8 มก % คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในบริบทจังหวัดชัยภูมิ มีคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ใน ระดับกลาง คะแนนเฉลี่ย 80.5 คุณภาพชีวิตเฉพาะองค์ประกอบของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าองค์ประกอบด้านร่างกาย และองค์ประกอบด้านจิตใจ อยู่ในระดับดี คะแนนเฉลี่ย -30.5 และ 22.9 ตามลำดับ คุณภาพชีวิตองค์ประกอบด้านสัมพันธภาพทางสังคม และองค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับกลาง คะแนนเฉลี่ย 9.7 และ 27.6 ตามลำดับ ด้านปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2ในบริบทจังหวัดชัยภูมิ โดยการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย(Simple Linear Regression) พบว่า ปัจจัยด้านบุคคลที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ระดับการศึกษา ระยะเวลาที่ป่วยด้วยโรค เบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือด ปัญหาการรักษาด้วยยา ปัจจัยด้านครอบครัว คือ ความเพียงพอของรายได้ และปัจจัยด้านบริบทระบบบริการและแหล่งประโยชน์ในชุมชนที่มีผล คือ ระบบบริการสุขภาพ : แหล่งบริการด้านสุขภาพ และอาสาสมัครสาธารณสุข( อสม.)ในชุมชน เครือข่ายการออกกำลังกาย การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ถดถอยเชิงเส้น( Multiple Linear Regression ) ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในบริบทจังหวัดชัยภูมิ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ระยะเวลาที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือด โรคแทรกซ้อน ปัญหาการใช้ยา และความเพียงพอของรายได้ (p-value 0.05 )
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.09 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.18 MB)
3บทที่ 1 - 5.pdf ( 1.43 MB)
13
ปัญหาการบริหารจัดการตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพของกโรงเรียนสังกัดสำนักงานการศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5.
Problems on Managerlal-Admlnistration as the 15-Year for Free Study Police With Quality of the Schools Under the Jurisdiction of Nakornratchaslma Educational Prlmary Educational Service Area Office 5.
งานวิจัย/Research report 2011
โดย : สุพจน์ สินขุนทด
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปัญหาการบริหารจัดการตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 และ 2) เปรียบเทียบระดับปัญหา การบริหารจัดการตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามขนาดของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพของโรงเรียน สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 282 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่า F-test (One-Way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างใช้การทดสอบรายคู่โดยวิธีการของ Scheffe? กกกกกกกผลการศึกษา พบว่า กกกกกกก1. ปัญหาการบริหารจัดการตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ภาพรวมและรายด้านทั้ง 4 ด้านมีปัญหาอยู่ในระดับน้อย ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการนิเทศ ติดตาม และตรวจสอบ รองลงมา ได้แก่ ด้านการประเมินผล และรายงานผล ด้านการวางแผน และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการดำเนินการ กกกกกกก2. ปัญหาการบริหารจัดการตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 ที่มีขนาดโรงเรียนต่างกัน ภาพรวมและรายด้านทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกัน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.07 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.10 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.27 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.16 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.23 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.13 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.09 MB)
10ประวัติ.pdf ( 0.05 MB)
14
การศึกษาสภาพ ปัญหาการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2.
A Study of Current States and Problems of School-Based Management in Schools under The Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 2.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2551
โดย : บุญมี เดิมกะยอม
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2) ศึกษาปัญหาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนที่เปิดทำการสอนช่วงชั้นที่ 1-2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 414 คน ดังนี้ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 138 คน ครู จำนวน 138 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 138 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่า ได้ 0.78 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป คำนวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 โดยภาพรวมมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านมีค่าเฉลี่ยมากทุกด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากกว่าด้านอื่น ๆ คือ ด้านการพัฒนาวิชาชีพผู้บริหาร รองลงมาคือ ด้านการสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจใน SBM ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ด้านการมีวิสัยทัศน์ ด้านการให้รางวัล ด้านการมีวิธีคิดและวิธีปฏิบัติงานที่เป็นระบบ ด้านการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ด้านการพัฒนาการมีส่วนร่วมในเรื่องการบริหารหลักสูตร ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกด้านคือ ด้านการพัฒนาวิชาชีพครู ปัญหาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 โดยภาพรวมมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านมีค่าเฉลี่ยน้อยทุกด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าด้านอื่น ๆ คือ ด้านการพัฒนาการมีส่วนร่วมในเรื่องการบริหารหลักสูตร รองลงมาคือ ด้านการพัฒนาวิชาชีพครู ด้านการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ด้านการมีวิธีคิดและวิธีปฏิบัติงานที่เป็นระบบ ด้านการให้รางวัล ด้านการมีวิสัยทัศน์ด้านการสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจใน SBM ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกด้าน คือ ด้านการพัฒนาวิชาชีพผู้บริหาร
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.04 MB)
2บทคัดย่อภาษาไทย.pdf ( 0.06 MB)
3บทคัดย่อภาษาอังกฤษ.pdf ( 0.04 MB)
4บทที่ 1.pdf ( 0.09 MB)
5บทที่ 3.pdf ( 0.09 MB)
6บทที่ 5.pdf ( 0.15 MB)
7บรรณานุกรม ok.pdf ( 0.09 MB)
8ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
15
การศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2.
The Study of Basic Educational School Boards? Participations in School Administration of Schools under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office II.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2550
โดย : อรัญ แก้วทอง
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ การมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 จำนวน 396 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติอย่างง่ายคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ระดับการมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานในโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน ตามลำดับดังนี้ คือ ด้านวิชาการ ด้านบริหารทั่วไป ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านงบประมาณ 2. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในการบริหารของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานในโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน ตามลำดับดังนี้ คือ ด้านผู้บริหารสถานศึกษา ด้านชุมชน ด้านครูผู้สอน ด้านผลการปฏิบัติงานของสถานศึกษา และด้านกรรมการสถานศึกษา
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2สารบัญ.pdf ( 0.08 MB)
3บทคัดย่อภาษาไทย.pdf ( 0.06 MB)
4บทคัดย่อภาษาอังกฤษ.pdf ( 0.03 MB)
5บทที่ 1.pdf ( 0.09 MB)
6บทที่ 2.pdf ( 0.31 MB)
7บทที่ 3.pdf ( 0.12 MB)
8บทที่ 4.pdf ( 0.21 MB)
9บทที่ 5.pdf ( 0.17 MB)
10บรรณานุกรม.pdf ( 0.09 MB)
11ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)

Search within results