Search Result 168 Found

  • Filters
 
1
การศึกษาสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study of Conditions and Problems on the Curriculum Administration of Learners? Development Activity in terms of Boy-scout Activity in the Basic Schools under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2010
โดย : สนิท แสงจันทร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูผู้สอนด้านกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 162 คน เครื่องมือในการวิจัยใช้แบบสอบถามการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เกี่ยวกับสภาพและปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสือ มีค่าความเชื่อมั่นของฉบับสภาพการบริหารหลักสูตรเท่ากับ 0.965 และ ค่าความเชื่อมั่นของฉบับปัญหาการบริหารหลักสูตรเท่ากับ 0.985 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่า ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวม มีสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสืออยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านนโยบาย มีสภาพการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอยู่ในระดับมาก ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมลูกเสือ ในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวม มีปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านกิจกรรมลูกเสืออยู่ในระดับน้อย ยกเว้น ด้านการประเมินผล มีปัญหาการบริหารหลักสูตรอยู่ในระดับปานกลาง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่อภาษาไทย.pdf ( 0.06 MB)
3บทคัดย่อภาษาอังกฤษ.pdf ( 0.04 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.09 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.38 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.09 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.19 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.14 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.12 MB)
10ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
2
การศึกษาสภาพการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียน ในทัศนะครู และผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิเขต 1.
The Study on the Conditions of the Supervision in the Schools due to the Teachers? and School Administrators? Views under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office I.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2551
โดย : สวย ชาดา
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียน ในทัศนะครูและผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ที่ปฏิบัติงานในปีการศึกษา 2549 จำนวน 518 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้นเอง มีค่าความสัมประสิทธ์ความเชื่อมั่น 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหา ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ สภาพการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียน ในทัศนะครูและผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณา ตามขั้นตอนการนิเทศ พบว่าสภาพการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลางเพียงขั้นตอนเดียว คือ ขั้นตอนการวางแผนการนิเทศ ส่วนขั้นตอนอื่น ๆ มีสภาพการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียนในระดับน้อย โดยมีค่าเฉลี่ยเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ขั้นตอนการปรับปรุงผลการนิเทศ ขั้นตอนการประเมินผลการนิเทศ และขั้นตอนการปฏิบัติการนิเทศ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
2บทที่ 1.pdf ( 0.07 MB)
3บทที่ 3.pdf ( 0.09 MB)
4บทที่ 5.pdf ( 0.09 MB)
5ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
6บรรณานุกรม.pdf ( 0.09 MB)
3
การศึกษาปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตกพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1.
The Study of Problems on Small-Sized School Administration กunder the Jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2010
โดย : สมจิต เสนาวิเศษ
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 และ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ที่ปฏิบัติงาน ในปีการศึกษา 2552 จำนวน 168 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .98 สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test (Independent Samples) กกกกกกกผลการศึกษา พบว่า กกกกกกก1. ผู้บริหารโรงเรียนมีความคิดเห็นต่อระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย และเมื่อพิจารณา รายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารวิชาการ รองลงมาได้แก่ ด้านการบริหารงบประมาณ และด้านการบริหารทั่วไป ตามลำดับ ส่วนครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อระดับปัญหา การบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารวิชาการ รองลงมา ได้แก่ ด้านการบริหารงบประมาณ และด้านการบริหารทั่วไป ตามลำดับ กกกกกกก2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อระดับปัญหาการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวม ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนและ ครูผู้สอน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.05 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.10 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.26 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.16 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.27 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.13 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
10ประวัติผู้ศึกษา.pdf ( 0.05 MB)
4
การศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนในทัศนะของผู้บริหาร และครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
A Study of Administrators? Leadership in the Opinion of School Administrators and Teachers of Chaiyaphum Educational Service Area I.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2551
โดย : มโน รัตนอังศิริกุล
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนในทัศนะของผู้บริหาร และครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้นำที่จำเป็นและปฏิบัติจริงของผู้บริหารโรงเรียน ตามทัศนะของผู้บริหารและครูโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติอย่างง่ายคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ผลการวิจัยพบว่า 1. คุณลักษณะภาวะผู้นำที่จำเป็นของผู้บริหารโรงเรียนในภาพรวม ต้องมีในระดับมากที่สุด ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านบุคลิกภาพ ด้านความรู้ความสามารถ และด้านคุณธรรมจริยธรรม 2. คุณลักษณะย่อยของคุณลักษณะภาวะผู้นำที่จำเป็นของผู้บริหารโรงเรียน ด้านบุคลิกภาพ ด้านความรู้ความสามารถ และด้านคุณธรรมจริยธรรม ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ การมี ความสามารถในการตัดสินใจ การมีวิสัยทัศน์ และการมีความรับผิดชอบ ตามลำดับ 3. คุณลักษณะภาวะผู้นำที่ปฏิบัติจริงของผู้บริหารโรงเรียนในภาพรวมทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านบุคลิกภาพ ด้านความรู้ความสามารถ และด้านคุณธรรมจริยธรรม อยู่ในระดับมาก 4. คุณลักษณะย่อยของคุณลักษณะภาวะผู้นำที่ปฏิบัติจริงของผู้บริหารโรงเรียน ด้านบุคลิกภาพ ด้านความรู้ความสามารถ และด้านคุณธรรมจริยธรรม ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ การมี ความต้องการความสำเร็จ การมีความรู้ดีการศึกษาดี และการมีความรับผิดชอบ ตามลำดับ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
3บทที่ 1.pdf ( 0.09 MB)
4บทที่ 3.pdf ( 0.13 MB)
5บทที่ 5.pdf ( 0.12 MB)
6ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
7บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
5
การศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการของผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study of the School Administrators? Academic Administration Conditions Under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2550
โดย : ทวี จันทรมนตรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการของผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ใน 4 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ด้านการพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และด้านการนิเทศการศึกษา ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 290 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่า ได้ 0.91 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป โดยใช้สถิติ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สภาพการบริหารงานวิชาการของผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยรวมทุกด้าน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ รองลงมา คือ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และด้านนิเทศการศึกษา ตามลำดับ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2สารบัญ.pdf ( 0.08 MB)
3บทคัดย่อไทย-อังกฤษ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่ 1.pdf ( 0.11 MB)
5บทที่ 2.pdf ( 0.21 MB)
6บทที่ 3.pdf ( 0.08 MB)
7บทที่ 4.pdf ( 0.15 MB)
8บทที่ 5.pdf ( 0.10 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
10ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
6
การศึกษาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในกระบวนการวางแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study of Basic Education,s Participations in Educational Development Planning System of the Schools under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office I.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2550
โดย : สุรศักดิ์ พันธุ์สง่า
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในกระบวนการวางแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 2) ศึกษาระดับปัญหาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานในกระบวนการวางแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 342 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า มีค่าสัมประสิทธิ์ของความเที่ยงเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในกระบวนการวางแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน โดยภาพรวมพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ได้แก่ ขั้นการวางแผน ขั้นการนำแผนไปปฏิบัติ และขั้นการเตรียมการวางแผน ส่วนการมีส่วนร่วมในระดับมากที่มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าขั้นอื่น ๆ คือ ขั้นการกำกับ ติดตาม ประเมินผลและรายงาน 2) ระดับปัญหาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในกระบวนการวางแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ขั้นการกำกับ ติดตามประเมินผลและรายงาน และขั้นการนำไปปฏิบัติ รองลงมาคือ ขั้นการเตรียมการวางแผน ส่วนปัญหาการมีส่วนร่วมในระดับน้อยที่สุด คือ ขั้นการวางแผน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2สารบัญ.pdf ( 0.09 MB)
3บทคัดย่อไทย-อังกฤษ.pdf ( 0.09 MB)
4บทที่ 1.pdf ( 0.10 MB)
5บทที่ 2.pdf ( 0.25 MB)
6บทที่ 3.pdf ( 0.10 MB)
7บทที่ 4.pdf ( 0.20 MB)
8บทที่ 5.pdf ( 0.12 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
10ประวัติ.pdf ( 0.06 MB)
7
การศึกษาระดับความผูกพันต่อองค์การของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่กกการศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study of the Levels of the Organizational Commitment of the กกTeachers Under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Sernice Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : มานะ อยู่ทรัพย์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กการวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับความผูกพันต่อองค์การของครูและเปรียบเทียบระดับความผูกพันต่อองค์การของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้ศึกษา 3 ด้าน คือ 1. ค้านความศรัทธา 2. ด้านความทุ่มเท และ 3. ด้านความภักดี จำแนกตามระดับการศึกษา และระยะการปฏิบัติงาน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.96 กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูในโรงเรียน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 354 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบแบบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการเปรียบเทียบรายคู่โดยวิธีของเชฟเฟ่ กกกกกกกผลของการวิจัย พบว่า ระดับความผูกพันต่อองค์การของครู สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปค่าน้อย คือ ด้านความทุ่มเท ด้านภักดี ด้านความศรัทธา ตามลำดับ กกกกกกกการเปรียบเทียบระดับความผูกพันต่อองค์การของครู สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1จำแนกตามระดับการศึกษาที่ต่างกัน พบว่า ระดับความผูกพันต่อองค์การของครูแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กกกกกกกการเปรียบเทียบระยะเวลาที่ปฏิบัติงานที่ต่างกัน ระดับความผูกพันต่อองค์การของครู สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยครูที่มีอายุระยะเวลาปฏิบัติงาน 21-30 ปี มีระดับความผูกพันต่อองค์การของครูมากกว่า ครูที่มีระยะเวลาปฏิบัติงานมากกว่า 30 ปี
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.05 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.04 MB)
3บทคัดย่อไทย-อังกฤษ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.09 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.26 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.09 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.17 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.11 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.11 MB)
10ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
8
ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Causal Factors Influencing to Students? LearningAchievement on Science for Mathayomsuksa 6 students under The Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : วิมล ประจงจิตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กกกการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 และ2) เพื่อพัฒนารูปแบบของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาโดย การสุ่มแบบแบ่งชั้นเชิงเป็นสัดส่วน (Proportional stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ผลการวิจัยพบว่า กกกกกกก1) ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1ได้แก่ การสนับสนุนทางการเรียนของผู้ปกครอง คุณภาพการสอน การอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว เจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์บรรยากาศในชั้นเรียน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ อยู่ในระดับมาก ส่วนความตั้งใจเรียน การรับรู้ความสามารถ ของตนเองในการเรียน และมโนภาพเกี่ยวกับตนเองอยู่ในระดับปานกลาง ความรู้พื้นฐานเดิม อยู่ในระดับผลการเรียนดีพอใช้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 อยู่ในระดับผลการเรียนต่ำ 2) รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นระหว่างปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ความตรงของรูปแบบพิจารณาได้จากค่าสถิติไค-สแคว์ (2) เท่ากับ 42.120 (p = 0.109) มีค่าดัชนีสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ 0.981 และดัชนีความสอดคล้องที่ปรับแก้ (AGFI) เท่ากับ 0.961 และ3) ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงอย่างเดียวต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้แก่ ความรู้พื้นฐานเดิม ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อมอย่างเดียวต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้แก่ การสนับสนุนทางการเรียนของผู้ปกครอง คุณภาพ การสอน การอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว ความตั้งใจเรียน การรับรู้ความสามารถของตนเองในการเรียนเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ บรรยากาศในชั้นเรียน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ส่วนตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้แก่ มโนภาพเกี่ยวกับตนเอง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.04 MB)
2คัดย่อ.pdf ( 0.10 MB)
3บทที่ 1n.pdf ( 0.15 MB)
4บทที่ 2n.pdf ( 0.46 MB)
5บทที่ 3n.pdf ( 0.27 MB)
6บทที่4n.pdf ( 0.26 MB)
7บทที่5n.pdf ( 0.16 MB)
8บรรณานุกรม..pdf ( 0.19 MB)
9ประวัติ.pdf ( 0.05 MB)
9
การศึกษาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study of Information Technology Uses for the School Administration of the Schools under the Jurisdiction of Chaiyaphum EducationalService Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : อนุชา สีหาวัฒน์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปฎิบัติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการบริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 และ 2) ศึกษาระดับปัญหาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหาร และครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 351 คน เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 1 ฉบับ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ผ่านการทดลองใช้ ได้ ค่าความเชื่อมั่น 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) และ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายด้าน ทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารงานทั่วไป รองลงมา ได้แก่ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารงานวิชาการ ตามลำดับ 2) ระดับปัญหาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย และเมื่อพิจารณารายด้าน ทั้ง 4 ด้านมีปัญหาระดับน้อย โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารงานวิชาการ รองลงมาได้แก่ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานทั่วไป และด้านการบริหารงบประมาณ ตามลำดับ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.06 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
3บทคัดย่อภาษาไทย.pdf ( 0.06 MB)
4บทคัดย่อภาษาอังกฤษ.pdf ( 0.04 MB)
5บทที่1.pdf ( 0.09 MB)
6บทที่2.pdf ( 0.48 MB)
7บทที่3.pdf ( 0.24 MB)
8บทที่4.1.pdf ( 0.07 MB)
9บทที่4.2.pdf ( 0.08 MB)
10บทที่4.3.pdf ( 0.09 MB)
11บทที่4.4.pdf ( 0.07 MB)
12บทที่4.6.pdf ( 0.08 MB)
13บทที่4.7.pdf ( 0.08 MB)
14บทที่4.8.pdf ( 0.08 MB)
15บทที่4.9.pdf ( 0.08 MB)
16บทที่4.11.pdf ( 0.08 MB)
17บทที่5.pdf ( 0.10 MB)
18บรรณานุกรม.pdf ( 0.12 MB)
19ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
10
การศึกษาสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1
The Study on the Conditions of School-based Administrationกin Schools under the Jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2010
โดย : ทิพย์สุคนธ์ สอนพลทัน
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กThis study aimed to : 1) investigate the conditions of the school-based administration in the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1, and 2) compare the conditions of the school-based administration as the opinions of school administrations, teachers and students? guardians in the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1. The samples included 369 school administrations, teachers and students? guardians in the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1. The instrument used for the data collection was the created five-rating scaled questionnaire with .97 reliability value. The statistics for the data analysis were the percentage, mean, standard deviation and the hypothesis testing by using the F-test (One-way ANOVA). กกกกกกกThe study findings revealed as follows : กกกกกกก1. The conditions of the school-based administration in the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1 in overall at the much level. When taking into considerations, the aspect with highest mean was the centralized authorities; the second included the aspects of supportive leadership, and independent administration respectively. กกกกกกก2. When comparing the opinions towards the school-based administration in the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1 in overall among the school administrations, teachers and students? guardians, it found at the .01 level of statistical significance.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่ออังกฤษ.doc ( 0.03 MB)
3บทที่1.pdf ( 0.10 MB)
4บทที่2.pdf ( 0.19 MB)
5บทที่3.pdf ( 0.16 MB)
6บทที่4.pdf ( 0.24 MB)
7บทที่5.pdf ( 0.14 MB)
8บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
9ประวัติผู้ศึกษา.pdf ( 0.05 MB)
11
การศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1.
The Study on the Basic School Boards? School Administration กParticipations of the Schools under the Jurisdiction of Yasothon Educational กService Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2010
โดย : กรองแก้ว สอนพลทัน
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กThis study aimed to : 1) investigate the participation levels in the basic school boards? school administration of the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1, and 2) compare the participation levels in the basic school boards? school administration of the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office1, divided as school sizes. The samples in this study were totally 2,439 basic school boards in 106 small-sized schools and 99 large-sized schools from overall 205 schools in Academic Year 2009, selected totally 332 samples. The instrument used for the data collection was the created five-rating scaled questionnaire with .93 reliability value. The statistics for the data analysis included the percentage, mean, standard deviation, and the hypothesis testing by the independent sample t-test. กกกกกกกThe study findings revealed as follows : กกกกกกก1. The participation levels in the basic school boards? school administration of the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1 of four aspects in overall were at the much level; and when taking considerations into each aspect, it revealed the highest mean aspect was academic administration; the second included the aspects of general affair administration and personnel administration respectively. กกกกกกก2. The comparative results of the participation levels in the basic school boards? school administration of the schools under the jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1 divided as school sizes, revealed that it was not found different.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1บทที่4.pdf ( 0.19 MB)
2บทที่5.pdf ( 0.12 MB)
3บรรณานุกรม.pdf ( 0.11 MB)
4ประะวัติ.pdf ( 0.05 MB)
5ปก.pdf ( 0.07 MB)
6กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
7คัดย่อภาษาไทย...pdf ( 0.07 MB)
8คัดย่อภาษาอังกฤษ.pdf ( 0.05 MB)
9บทที่1.pdf ( 0.08 MB)
10บทที่2.pdf ( 0.30 MB)
11บทที่3.pdf ( 0.13 MB)
12
สภาพและปัญหาการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อมในการใช้หลักสูตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1.
The Status and Problem of the Implementation of Basic EducationCore Curriculum B.E.2551 in the Prototype School and the Readiness for theCurriculum Implementation School Under the Jurisdiction of Roi-Et EducationalกService Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2011
โดย : สมัย ทองมาก
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อมในการใช้หลักสูตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 ปีการศึกษา 2552 กลุ่มตัวอย่างใช้ในการศึกษา คือ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอน ในโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อมในการใช้หลักสูตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 จำนวน 264 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) กกกกกกกผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ กกกกกกก1) สภาพการใช้หลักสูตรโดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็น รายด้านพบว่าทั้ง 3 ด้าน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการเตรียมความพร้อม รองลงมาได้แก่ ด้านการบริหารหลักสูตร และด้านการดำเนินการใช้หลักสูตร ตามลำดับ กกกกกกก2) ปัญหาการใช้หลักสูตรโดยภาพรวมมีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่ปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านการดำเนินการใช้หลักสูตร และด้านที่มีปัญหาอยู่ในระดับน้อย คือด้านการเตรียมความพร้อม และด้านการบริหารหลักสูตร
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.08 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.08 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.09 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.43 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.14 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.22 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.12 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
10ประวัติย่อ.pdf ( 0.05 MB)
13
การศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1.
The Study on Teachers? Work-Performance Satisfactions in the Schools under the Jurisdiction of Yasothon Educational Service Area Office 1.
งานวิจัย/Research report 2010
โดย : อรทัย โคตรบุตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
กกกกกการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 และ 2) เปรียบเทียบระดับความ พึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษายโสธร เขต 1 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ที่ปฏิบัติงานในปีการศึกษา 2552 จำนวน 333 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ F-test (One-way ANOVA) กกกกกกกผลการศึกษา พบว่า กกกกกกก1. ระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านสถานะของอาชีพ และที่เหลือ 9 ด้าน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเรียงตามลำดับ จากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านนโยบายและการบริหารงาน ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งการงาน ด้านความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ด้านความรับผิดชอบ ด้านความเป็นอยู่ส่วนตัว ด้านความสำเร็จในการทำงาน ด้านการยอมรับนับถือ ด้านการปกครองบังคับบัญชา และด้านเงินเดือน ตามลำดับ กกกกกกก2. ผลการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 ที่มีประสบการณ์การทำงานแตกต่างกัน มีระดับความ พึงพอใจในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.05 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.08 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.10 MB)
5บทที่2.pdf ( 0.29 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.15 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.30 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.24 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.08 MB)
10ประวัติผู้ศึกษา.pdf ( 0.05 MB)
14
การศึกษาระดับความพึงพอใจในการจัดสวัสดิการ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดชัยภูมิ ของครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
The Study on the Satisfaction Levels in the Welfare Promotion Management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the Teachers and Educational Personnel under the Jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : กานดา สูรย์ราช
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
This research aimed to : 1) study on the satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1, and 2) compare the on the satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1, separated by the positions and incomes. The samples consisted of 341 teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office1. Theresearch instrument for the data collection was the five-rating scaled questionnaire with the reliability value of 0.93. The statistics used for the data analysis included the percentage, mean, standard deviation and the comparing the differences by using the t-test. กกกกกกกThe research findings revealed that : กกกกกกก1. The satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1 in the holistic image revealed the satisfaction levels at the much level. When taking into considerations in each aspect, it revealed at the much level in every aspect. When ranking from the much to the little level of the mean, they were the aspects of the welfare management for the credit project for the teacher?s life development, welfare management for the loan of cremation aids for teachers and educational personnel, the welfare management for the loan of cremation aids for teachers and educational personnel in case of the wedding mates? death, and the cremation aids for teachers and educational personnel in case of wedding mates? death. กกกกกกก2. When comparing the satisfaction levels in the welfare promotion management in Chaiyaphum Province Welfare and Security Promotion Office of the teachers and educational personnel under the jurisdiction of Chaiyaphum Educational Service Area Office 1, separated by the positions and incomes in both as a whole and each aspect, it revealed indifference.
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1บทคัดย่อภาษาไทย-อังกฤษ.pdf ( 0.09 MB)
2บทที่ 1.pdf ( 0.10 MB)
3บทที่ 2.pdf ( 0.35 MB)
4บทที่ 3.pdf ( 0.16 MB)
5บทที่ 4.pdf ( 0.38 MB)
6บทที่ 5.pdf ( 0.11 MB)
7บรรณานุกรม.pdf ( 0.12 MB)
8ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)
15
การศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1.
A Study of Conditions and Problems on Internal Quality Assurance Management of the Schools in Chaiyaphum Educational Service Area Office 1.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2011
โดย : สิระ บุญญานุสนธิ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นผู้บริหารและครูในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 จาก 23 โรงเรียน จำนวน 325 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารและครูที่ผู้วิจัยสร้างสร้างขึ้นเอง มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของเครื่องมือทั้งชุด 0.82 วิเคราะห์โดยการนำมาแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน กกกกกกกผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ กกกกกกก1) สภาพการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 พบว่า อยู่ในระดับดี ทุกด้าน คือ ด้านการเตรียมการ ด้านการดำเนินการและด้านการรายงาน กกกกกกก2) ปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับช่วงชั้นที่ 3-4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 พบว่า อยู่ในระดับน้อย ทุกด้าน คือ ด้านการเตรียมการ ด้านการดำเนินการและด้านการรายงาน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.05 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.10 MB)
3บทที่ 1.pdf ( 0.11 MB)
4บทที่ 2.pdf ( 0.17 MB)
5บทที่ 3.pdf ( 0.11 MB)
6บทที่ 4.pdf ( 0.20 MB)
7บทที่ 5.pdf ( 0.16 MB)
8บรรณานุกรม.pdf ( 0.09 MB)
9ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.05 MB)

Search within results