Search Result 44 Found

  • Filters
 
1
การพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนในการทำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน บ้านพังสิงห์ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
DEVELOPING POTENTIAL OF COMMUNITY LEADERS FOR SOLVING POVERTY PROBLEM OF BAN PHANG SING,MOO 1 THA RUA SUB - DISTRICT, MUANG DISTRICT,NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE
วิทยานิพนธ์/Thesis 2548
โดย : จารีย์ พรหมเกิด
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพทั่วไปของบ้านพังสิงห์ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) ศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้นำชุมชน บ้านพังสิงห์ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในการทำแผนชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความยากจน การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้นำชุมชน จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และราษฎรที่ได้รับการคัดเลือกจากประชาคมหมู่บ้าน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสำรวจสภาพทั่วไปของราษฎรบ้านพังสิงห์ แบบสัมภาษณ์สภาพทั่วไปของบ้านพังสิงห์ แบบสัมภาษณ์ประวัติผู้นำชุมชน แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้นำชุมชนในการทำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน และแบบบันทึกสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการ การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลจากประชากรที่ทำการศึกษา จำนวน 15 คน เก็บรวบรวมข้อมูล 3 ส่วน คือ 1) เก็บข้อมูลสภาพทั่วไปของบ้านพังสิงห์ 2) เก็บข้อมูลคุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้นำชุมชนบ้านพังสิงห์ และ 3) เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบบันทึกสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการ การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษานำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ ดังนี้ ข้อมูลสภาพทั่วไปของบ้านพังสิงห์และข้อมูลจากผลการประชุม เชิงปฏิบัติการ โดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ข้อมูลคุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้นำ ชุมชนบ้านพังสิงห์ ได้แก่ ประวัติผู้นำชุมชน วิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS For Window โดยใช้สถิติค่าร้อยละ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้นำชุมชนในการทำแผนชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความยากจน วิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS For Window โดยใช้สถิติค่า Pair Simple t- test ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพทั่วไปของบ้านพังสิงห์ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านพังสิงห์ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของ อำเภอเมือง และห่างจากศาลากลางจังหวัด ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร มีนายชำนาญ วัฒนจำนงค์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายอนันต์ วัฒนจำนงค์ และนายสมโภชน์ อารีชล เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล มีราษฎร 16 ครัวเรือน ประชากรทั้งสิ้น 414 คน เป็นชาย 213 คน หญิง 201 คน โดยเฉลี่ยสมาชิกในครัวเรือน ๆ ละ 4 คน หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 และมีอาชีพทำนา บ้านพังสิงห์มีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ และ รับจ้างในเมืองนครศรีธรรมราช มีแหล่งน้ำธรรมชาติ 2 สาย ซึ่งราษฎรใช้เพื่อการเกษตรและน้ำใช้ ในครัวเรือน ในฤดูแล้งน้ำในคลองจะเค็มบางปีน้ำคลองจะแห้ง การคมนาคมสะดวก มีถนนดินภายในหมู่บ้าน และถนนลาดยางสายนครศรีธรรมราช ? สงขลา ราษฎรจำนวน 136 ครัวเรือนร้อยละ 87.18 มีหนี้สิน ครัวเรือนละ 5,000-10,000 บาท ซึ่งกู้จากกองทุนหมู่บ้านและกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านพังสิงห์ประสบภัยธรรมชาติน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนเข้าคลองสายหลัก มีการอพยพแรงงาน ไปรับจ้างในเมืองนครศรีธรรมราชแบบเช้าไปเย็นกลับ 2. ศักยภาพผู้นำชุมชนบ้านพังสิงห์ ในการทำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนพบว่า ผู้นำมีอายุระหว่าง 58-68 ปี จบการศึกษาประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 มีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรม การวางแผน การฝึกอบรมและร่วมวางแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของหมู่บ้าน ความรู้ความเข้าใจในการจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ก่อนและหลังการประชุม เชิงปฏิบัติการพบว่ามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 แสดงว่าผู้นำชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนมากขึ้น 3. ผลการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนเพื่อแก้ปัญหา ความยากจน พบว่า ประการแรกผู้นำชุมชนมีความรู้ในนโยบายรัฐบาลด้านการแก้ไขปัญหา ความยากจน กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่ 16 ปี 2540 หมวดที่ 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 76 รัฐจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในทุกระดับ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 เน้นการพัฒนาคน องค์กรประชาชนและพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีความรู้เกี่ยวกับแผนและลักษณะของการวางแผน และมีความรู้เกี่ยวกับแผนชุมชนเพื่อปัญหาความยากจน สถานการณ์ความยากจน สรุปว่า ราษฎรยากจน เพราะไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน ขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ เป็นต้น ประการที่สอง พบว่า ทรัพยากรในชุมชนที่สามารถเป็นทุนในการสนับสนุนส่งเสริมช่วยเหลือครัวเรือนยากจนได้ ได้แก่ กองทุนการเงินในหมู่บ้าน กลุ่มอาชีพ แหล่งน้ำ เป็นต้น และผู้นำชุมชนได้กำหนดแนวทาง แก้ปัญหาความยากจนโดยใช้ทรัพยากรในชุมชน คือ การสนับสนุนเงินทุนในการประกอบอาชีพ ให้ความรู้ครัวเรือนยากจนในการประกอบอาชีพเสริม ประการที่สาม พบว่า สาเหตุของความยากจนราษฎรบ้านพังสิงห์ คือ การศึกษาน้อย ขาดเงินทุน ขาดน้ำเพื่อการเกษตร มีอาชีพไม่มั่นคง เป็นต้น และผู้นำชุมชนได้จัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ใน 3 ประเด็นหลัก คือ แผนงาน เพิ่มรายได้ แผนงานลดรายจ่าย และแผนงานขยายโอกาส ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะทั่วไป ผู้นำชุมชนควรได้นำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ให้ประชาชนหรือครัวเรือนยากจนได้รับทราบในลักษณะประชาพิจารณ์อีกครั้งหนึ่ง แล้วนำเสนอแผนชุมชนให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามความเหมาะสมต่อไป 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป การศึกษาครั้งนี้เป็นการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และจัดทำแผนปฏิบัติการ ดังนั้น จึงควรมีการติดตามประเมินผลตามแผนงาน/โครงการ ว่ามีผลผลิต ผลลัพธ์ และผลสัมฤทธิ์ เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด หรือควรมีการศึกษาความคิดเห็นของผู้นำและครัวเรือนยากจน ต่อการจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนต่อไป
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 1.36 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.13 MB)
3Chapter2.pdf ( 0.49 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.08 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.61 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.11 MB)
7Appendix.pdf ( 0.08 MB)
8Biography.pdf ( 0.06 MB)
9Reference.pdf ( 0.09 MB)
2
พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน ของครูในโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1
LEADER BEHAVIORS OF THE ADMINISTRATORS AFFECTING JOB SATISFACTION OF THE PRIVATE SCHOOL TEACHERS IN NAKHON SI THAMMARAT EDUCATIONAL SERVICE AREA 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2547
โดย : พรธิดา พรหมณะ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความพึงพอใจ ในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ครู จำนวน 297 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 มีพฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งสัมพันธ์และแบบมุ่งงานในระดับปานกลาง โดยมีพฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งสัมพันธ์มากกว่าแบบมุ่งงาน 2. ครูมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็น รายประเด็นมีบางประเด็นที่อยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ค่าตอบแทนและสภาพแวดล้อมในการทำงาน 3. พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานโดยรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และการพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารสามารถอธิบาย ความแปรผันต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน ได้ร้อยละ 46.30 และได้สมการพยากรณ์ ดังนี้ 3.1 สมการในรูปคะแนนดิบ ความพึงพอใจของครู = 0.991 +0.322 (พฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งงาน) + 0.598 (พฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งสัมพันธ์) 3.2 สมการในรูปคะแนนมาตรฐาน ความพึงพอใจของครู = 0.236 (พฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งงาน) + 0.481 (พฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งสัมพันธ์)
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 1.37 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.10 MB)
3Chapter2.pdf ( 0.50 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.10 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.20 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.11 MB)
7Reference.pdf ( 0.10 MB)
8Appendix.pdf ( 1.50 MB)
9Biography.pdf ( 0.05 MB)
3
รูปแบบการพัฒนาระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช
THE DEVELOPMENT FORMAT OF THE PREFORMANCE SYSTEM OF THE BASIC INSTITUTION COMMITTEE IN LARGE SCHOOLS UNDER THE SUPERVISION OF THE OFFICE OF NAKHON SI THAMMARAT OF EDUCATIONAL SERVICE AREA 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2547
โดย : บุญเชิด พิมเสน
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาระบบการปฏิบัติงานและศึกษากระบวนการพัฒนาการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียน ขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 45 คน จาก 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนโยธินบำรุง โรงเรียนเบญจมราชูทิศ และโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ได้โดยการเลือกอย่างเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเพื่อการวิเคราะห์งาน การวิจัยครั้งนี้มีขั้นตอนการวิจัยคือการวิเคราะห์รูปแบบการสังเคราะห์รูปแบบ การออกแบบรูปแบบ การตรวจสอบรูปแบบ ปรับปรุงรูปแบบ ของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์งานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า 1.1 การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติในหน้าที่งานที่รับผิดชอบ ในหน้าที่อื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติ การควบคุมบังคับบัญชา และลักษณะวิธีปฏิบัติงาน การวิเคราะห์งานเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวิจัยในการปฏิบัติงาน การใช้วัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องมือในการปฏิบัติงาน การติดต่อ ประสานงาน การบันทึกและการรายงานผลตรวจสอบงาน มีการปฏิบัติโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 1.2 คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา ด้านความรู้พื้นฐานที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สูงสุดคือ ปริญญาตรี 2. ระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย โครงสร้าง 4 ด้านคือปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลป้อนกลับ 3. องค์ประกอบของระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปัจจัยนำเข้าประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติงาน ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การปฏิบัติงาน เครื่องมือ และเอกสารประกอบการปฏิบัติงาน และผู้ปฏิบัติงาน 4. องค์ประกอบของระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านกระบวนการประกอบด้วย การวางแผนการปฏิบัติงาน การสร้างและพัฒนาเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติงานโดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 5. องค์ประกอบของระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านผลผลิตประกอบด้วยบันทึกผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งคณะ 6. องค์ประกอบของระบบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียน ขนาดใหญ่ เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านข้อมูลป้อนกลับสำหรับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและข้อมูลป้อนกลับสำหรับสถานศึกษา
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 1.04 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.13 MB)
3Chapter2.pdf ( 0.56 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.11 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.28 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.12 MB)
7Reference.pdf ( 0.10 MB)
8Appendix.pdf ( 0.13 MB)
9Biography.pdf ( 0.06 MB)
4
การดำเนินการนิเทศภายในตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2550
โดย : จำเนียร แสงผะกาย
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 0.46 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.40 MB)
3Chapter2.pdf ( 2.27 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.29 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.89 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.78 MB)
7Reference.pdf ( 0.23 MB)
8Appendix.pdf ( 0.67 MB)
9Biography.pdf ( 0.03 MB)
5
ความคิดเห็นของครูผู้สอนต่อการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 2
วิทยานิพนธ์/Thesis 2007
โดย : สุรินทร์ ส่งแสง
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 0.31 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.22 MB)
3Chapter2.pdf ( 1.60 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.21 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.40 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.56 MB)
7Reference.pdf ( 0.21 MB)
8Appendix.pdf ( 0.72 MB)
9Biography.pdf ( 0.02 MB)
6
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกุล่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและทักษะการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้กับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ
วิทยานิพนธ์/Thesis 2009
โดย : สุจิตรา จินดานิล
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title.pdf ( 1.19 MB)
2Chapter1.pdf ( 1.61 MB)
3Chapter2.pdf ( 8.23 MB)
4Chapter3.pdf ( 1.89 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.63 MB)
6Chapter5.pdf ( 1.03 MB)
7Reference.pdf ( 0.92 MB)
8Appendix.pdf ( 4.75 MB)
9Biography.pdf ( 0.09 MB)
7
บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการทำวิจัยที่ส่งผลต่อ การทำวิจัยในชั้นเรียนของครูในโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 2
THE ROLES OF THE ADMINISTRATORS IN PROMOTION OF RESEARCH AFFECTING THE CONDUCTING OF CLASSROOM RESEARCH OF THE TEACHERS IN THE PRIMARY ? LEVEL SCHOOLS UNDER THE OFFICE OF TRANG EDUCATIONAL SERVICE AREA 2
วิทยานิพนธ์/Thesis 2547
โดย : เดือนแรม โพธินาม
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการทำวิจัย ที่ส่งผลต่อการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้บริหารโรงเรียน ปีการศึกษา 2547 จำนวน 103 และครูจำนวน 302 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1. บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการทำวิจัย ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต 2 โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง และรายด้านทุกด้าน คือ ด้านการส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จของงานวิจัยในชั้นเรียน ด้านการให้การยอมรับนับถือครูผู้ทำวิจัยในชั้นเรียน ด้านการให้ความสำคัญกับการวิจัยในชั้นเรียน ด้านการมีความรับผิดชอบต่อครูผู้ทำการวิจัยในชั้นเรียน ด้านการส่งเสริมความก้าวหน้าในตำแหน่งการงานของครูผู้ทำการวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับปานกลาง เช่นกัน 2. การทำวิจัยในชั้นเรียนของครู ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 3. บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการทำวิจัยส่งผลต่อการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูในโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต 2 อย่างมีนัยสำคัญ ที่ 0 .5 สามารถอธิบายความผันแปรได้ร้อยละ 37.80 บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการทำวิจัย ด้านที่สามารถพยากรณ์บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการทำวิจัยได้คือ ด้านการส่งเสริมให้ให้เกิดความสำเร็จของงานวิจัยในชั้นเรียน ด้านการให้ความสำคัญกับการวิจัยในชั้นเรียน ด้านการมีความรับผิดชอบต่อครูผู้ทำการวิจัยในชั้นเรียน 3.1 สมการในรูปคะแนนดิบ การทำวิจัยในชั้นเรียนของครู = 1.544 + 0.230 (ด้านการส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จของงาน วิจัยในชั้นเรียน) + 0.172 (ด้านการให้ความสำคัญกับการทำวิจัยในชั้นเรียน) + 0.154 (ด้านการมีความรับผิดชอบต่อครูผู้ทำวิจัย ในชั้นเรียน) 3.2 สมการในรูปมาตรฐาน การทำวิจัยในชั้นเรียนของครู = 0.261 (ด้านการส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จของงานวิจัยในชั้นเรียน) + 0.196 (ด้านการให้ความสำคัญกับการทำวิจัยในชั้นเรียน) + 0.180 (ด้านการมีความรับผิดชอบต่อครูผู้ทำวิจัยในชั้นเรียน)
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 0.11 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.12 MB)
3Chapter2.pdf ( 0.36 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.09 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.15 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.16 MB)
7Reference.pdf ( 0.10 MB)
8Appendix.pdf ( 0.25 MB)
9Biography.pdf ( 0.06 MB)
9
เจตคติต่อการประเมินคุรภาพภายนอกของผู้บริหารและครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
วิทยานิพนธ์/Thesis 2008
โดย : โกวิทย์ อุดมรัตน์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 0.47 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.38 MB)
3Chapter2.pdf ( 4.35 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.36 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.99 MB)
6Chapter5.pdf ( 1.10 MB)
7Reference.pdf ( 0.25 MB)
8Biography.pdf ( 0.03 MB)
9Appendix.pdf ( 0.46 MB)
10
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปากับแบบปกติ
งานวิจัย/Research report nd.
โดย : นิตยา โสตทิพย์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน.pdf ( 1.27 MB)
11
การศึกษากระบวนการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามระบบประกันภาพภายในโรงเรียนวัดบางยิ่ว สังกัดสำนักงานเขพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
วิทยานิพนธ์/Thesis 2007
โดย : สุพรรณี หมื่นใจ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 0.34 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.29 MB)
3Chapter2.pdf ( 2.69 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.15 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.45 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.27 MB)
7Reference.pdf ( 0.08 MB)
8Appendix.pdf ( 0.74 MB)
9Biography.pdf ( 0.03 MB)
12
การศึกษาระดับการปฏิบัติงานบริหารทั่วไปในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
วิทยานิพนธ์/Thesis 2007
โดย : มาณพ แสงจันทร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 0.43 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.52 MB)
3Chapter2.pdf ( 3.00 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.23 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.97 MB)
6Chapter5.pdf ( 1.53 MB)
7Reference.pdf ( 0.10 MB)
8Appendix.pdf ( 0.64 MB)
9Biography.pdf ( 0.03 MB)
13
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปากับแบบปกติ
วิทยานิพนธ์/Thesis nd.
โดย : นิตยา โสตทิพย์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title.pdf ( 1.10 MB)
2Chapter1.pdf ( 1.35 MB)
3Chapter2.pdf ( 7.42 MB)
4Chapter3.pdf ( 1.53 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.23 MB)
6Chapter5.pdf ( 3.59 MB)
7Reference.pdf ( 0.71 MB)
8Appendix.pdf ( 3.81 MB)
9Biography.pdf ( 0.08 MB)
14
การนิเทศภายในโรงเรียนที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสอนของครู โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ในเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
THE INTERNAL SUPERVISION AFFECTING THE TEACHING BEHAVIORS OF TEACHERS IN PRIVATE VOCATIONAL SCHOOLS IN NAKHON SI THAMMARAT EDUCATIONAL SERVICE AREA 3
วิทยานิพนธ์/Thesis 2547
โดย : อำภา สุขทองแท้
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนิเทศภายในโรงเรียนที่ส่งผลต่อ พฤติกรรมการสอนของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ในเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน 16 คน และครูจำนวน 116 คน รวม 132 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1. การนิเทศภายในโรงเรียนของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ในเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า กิจกรรมและเทคนิคการนิเทศภายในโรงเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านงานการจัดองค์กรการนิเทศภายใน กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน และงานนิเทศภายในโรงเรียนอยู่ในระดับมาก 2. พฤติกรรมการสอนของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ในเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 อยู่ในระดับมาก 3. การนิเทศภายในโรงเรียนส่งผลต่อพฤติกรรมการสอนของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ การนิเทศภายในสามารถอธิบายความแปรผันของพฤติกรรมการสอนของครูได้ร้อยละ 28.40 การนิเทศภายในที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสอนของครูคือ ด้านงานนิเทศภายในโรงเรียน และ งานกิจกรรมและเทคนิคการนิเทศภายในได้สมการพยากรณ์ ดังนี้ 3.1 สมการในรูปคะแนนดิบ พฤติกรรมการสอนของครู = 1.911 + 0.315 (งานนิเทศภายในโรงเรียน) + 0.158 (งานกิจกรรมและเทคนิคการนิเทศ ภายในโรงเรียน) 3.2 สมการในรูปคะแนนมาตรฐาน พฤติกรรมการสอนของครู = 0.336 (งานนิเทศภายในโรงเรียน) + 0.205 (งานกิจกรรมและเทคนิคการนิเทศ ภายในโรงเรียน)
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 0.15 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.12 MB)
3Chapter2.pdf ( 0.31 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.09 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.13 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.11 MB)
7Reference.pdf ( 0.11 MB)
8Appendix.pdf ( 0.14 MB)
9Biography.pdf ( 0.05 MB)
15
รูปแบบการพัฒนาระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช
THE DEVELOPMENT FORMAT OF THE PERFORMANCE SYSTEM OF THE BASIC EDUCATION INSTITUTE COMMITTEE IN THE MEDIUM ? SIZE SCHOOLS UNDER THE SUPERVISION OF THE OFFICE OF NAKHON SI THAMMARAT EDUCATIONAL SERVICE AREA 4
วิทยานิพนธ์/Thesis 2548
โดย : ประจวบ ปัทมาวิไล
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาระบบการปฏิบัติงานและศึกษา กระบวนการพัฒนาการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 45 คน จาก 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนสระแก้วรัตนวิทย์ โรงเรียนคงคาประชารักษ์ และโรงเรียนสิชลประชาสรรค์ได้ โดยการเลือกอย่างเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเพื่อการวิเคราะห์งาน การวิจัยครั้งนี้มีขั้นตอนการวิจัยคือการวิเคราะห์รูปแบบการสังเคราะห์รูปแบบ การออกแบบรูปแบบ การตรวจสอบรูปแบบ ปรับปรุงรูปแบบ ของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์งานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า 1.1 การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติในหน้าที่งานที่รับผิดชอบในหน้าที่ อื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติ การควบคุมบังคับบัญชา และลักษณะวิธีปฏิบัติงาน การวิเคราะห์งานเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวิจัยในการปฏิบัติงาน การใช้วัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องมือในการปฏิบัติงาน การติดต่อ ประสานงาน การบันทึกและการรายงานผลตรวจสอบงาน มีการปฏิบัติโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 1.2 คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา ด้านความรู้พื้นฐานที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สูงสุดคือ ปริญญาตรี 2. ระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยโครงสร้าง 4 ด้านคือปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลป้อนกลับ 3. องค์ประกอบของระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปัจจัยนำเข้าประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติงาน ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การปฏิบัติงาน เครื่องมือ และเอกสารประกอบการปฏิบัติงาน และผู้ปฏิบัติงาน 4. องศ์ประกอบของระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านกระบวนการประกอบด้วย การวางแผนการปฏิบัติงาน การสร้างและพัฒนาเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติงานโดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 5. องค์ประกอบของระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขนาดกลาง เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านผลผลิตประกอบด้วยบันทึกผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานรวมทั้งคณะ 6. ข้อมูลป้อนกลับของระบบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานสามารถนำไปใช้ตรวจสอบ ประสิทธิภาพของคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานและกำหนดสมรรถภาพและ ความแข็งแกร่งทางด้านการศึกษาของโรงเรียน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Title Page.pdf ( 1.77 MB)
2Chapter1.pdf ( 0.11 MB)
3Chapter2.pdf ( 0.57 MB)
4Chapter3.pdf ( 0.10 MB)
5Chapter4.pdf ( 0.35 MB)
6Chapter5.pdf ( 0.15 MB)
7Reference.pdf ( 0.24 MB)
8Appendix.pdf ( 1.65 MB)
9Biography.pdf ( 0.10 MB)

Search within results