Search Result 1,143 Found

  • Filters
 
1
การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 เรื่อง การวัดแนวโน้มสู่ส่วนกลางสำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนพาณิชยการเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
วิทยานิพนธ์/Thesis 2546
โดย : วรรณนิกา บุญประเสริฐ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของการเรียนของนักเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน และเพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียน ต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 เรื่องการวัดแนวโน้มสู่ส่วนกลาง โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนพณิชยการเชียงราย จำนวน 47 คน ที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นประกอบด้วย (1) แบบประเมิน บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 (2) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งได้รับการประเมิน โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ในด้านขั้นนำเข้าสู่บทเรียน การนำเสนอเนื้อหา รูปแบบการนำเสนอเนื้อหา ปฏิสัมพันธ์และการให้ผลป้อนกลับ กิจกรรมและการประเมินผล โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 3.68, S = 0.40) (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่มีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.8532 มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 และ (4) แบบสอบถามเกี่ยวกับเจตคติของนักเรียนต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 เรื่องการวัดแนวโน้มสู่ส่วนกลาง โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถาม (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80 / 80 ที่ตั้งไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และนักเรียนมีเจตคติต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอยู่ในระดับมากที่สุดคือ ผู้เรียนมีอิสระในการคิดและตัดสินใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รองลงมาอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ไม่รู้สึกอายเมื่อ ตอบคำถามผิด มีความสนุกสนานกับการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และสามารถฝึกทักษะ และทบทวนเนื้อหาได้หลาย ๆ รอบเมื่อต้องการเรียน โดยภาพรวมมีเจตคติอยู่ในระดับมาก
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1front.pdf ( 0.20 MB)
2ch1.pdf ( 0.11 MB)
3ch2.pdf ( 0.45 MB)
4ch3.pdf ( 0.22 MB)
5ch4.pdf ( 0.11 MB)
6ch5.pdf ( 0.11 MB)
7app1.pdf ( 0.03 MB)
8app2.pdf ( 0.07 MB)
9app3.pdf ( 0.27 MB)
10app4.pdf ( 0.07 MB)
11app5.pdf ( 2.00 MB)
12app6.pdf ( 2.61 MB)
13app7.pdf ( 2.39 MB)
14app8.pdf ( 2.36 MB)
15app9.pdf ( 0.27 MB)
2
สภาพความพร้อมในการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2548
โดย : พระครูวิมลศิลปกิจ (เรืองฤทธิ์ แก้วเปียง)
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1front.pdf ( 0.15 MB)
2bib.pdf ( 0.15 MB)
3app.pdf ( 0.18 MB)
41.PDF ( 0.11 MB)
52.PDF ( 0.20 MB)
63.PDF ( 0.06 MB)
74.PDF ( 0.20 MB)
85.PDF ( 0.12 MB)
3
การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรยนธรรมจาริกอุปถัมภ์ 1 อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
วิทยานิพนธ์/Thesis 2547
โดย : พรสวาท ดวงสนิท
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการคูณ สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 และศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการคูณโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคูณที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2545 โรงเรียนธรรมจาริกอุปถัมภ์ 1 อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จำนวน 26 คน ใช้เวลาเรียน 15 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการคูณ จำนวน 14 ชุด แบบทดสอบหลังเรียน 14 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยเป็นผู้สอนเอง โดยนำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการคูณ จำนวน 30 ข้อ ให้นักเรียนสอบ ก่อนเรียน ดำเนินการสอนตามแผนการสอนในแต่ละแผนให้นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะ การคูณ และทำแบบทดสอบหลังเรียนแบบฝึกเสริมทักษะการคูณในแต่ละชุด เมื่อสิ้นสุดการดำเนินการทดลองครบ 14 ชุด จึงทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณ จำนวน 30 ข้อ อีกครั้งหนึ่ง และนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาวิเคราะห์ทางสถิติโดยหาค่าเฉลี่ย และร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกเสริมทักษะการคูณมีประสิทธิภาพ 82.28/85.22 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้ คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการทดสอบหลังเรียนนักเรียนได้คะแนนสูงกว่าร้อยละ 60 ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่โรงเรียนกำหนดไว้
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1front.pdf ( 0.08 MB)
2ch1-5.pdf ( 0.40 MB)
3bib.pdf ( 0.09 MB)
4app.pdf ( 0.34 MB)
4
การใช้ชุดการสอนนิทานเพื่อพัฒนาการอ่านจับใจความกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 3
The Utilization of Fable-Based Instructional Management on Thai Subject to Enhance Prathomsuksa 3 Students? Reading Comprehension Development in Ban Huai Krai shool, Chiang Rai Educational Services Area Office 3.
วิทยานิพนธ์/Thesis 2551
โดย : เยาวลักษณ์ สาระโน
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างชุดการสอนที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาการอ่านจับใจความของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 3 ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ ชุดการสอนจำนวน 5 ชุด แผนการเรียนรู้จำนวน 10 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ภาษาไทย จำนวน 20 ข้อ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 60 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายโดยการจับฉลากมา 2 ห้องเรียน จากทั้งหมด 3 ห้องเรียน กลุ่มทดลองได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 30 คน และกลุ่มควบคุม ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 30 คน ดำเนินการวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) กลุ่มทดลองสอนโดยใช้ชุดการสอนนิทาน กลุ่มควบคุมสอนตามแผนการเรียนรู้ของกรมวิชาการ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแสดงความคิดเห็นต่อการเรียนภาษาไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า ชุดการสอนนิทานเป็นสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 84.72/91.03 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ความคิดเห็นต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของกลุ่มทดลองดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1abs-thai.pdf ( 0.12 MB)
2Abstract.pdf ( 0.10 MB)
3ack.pdf ( 0.11 MB)
4content.pdf ( 0.13 MB)
5ch1.pdf ( 0.18 MB)
6ch2.pdf ( 0.51 MB)
7ch3.pdf ( 0.20 MB)
8ch4.pdf ( 0.16 MB)
9ch5.pdf ( 0.15 MB)
10bib.pdf ( 0.21 MB)
11app1.pdf ( 0.11 MB)
12app2.pdf ( 0.20 MB)
13app2.1.pdf ( 0.82 MB)
14app2.2.pdf ( 1.32 MB)
15app2.3.pdf ( 4.23 MB)
16app2.4.pdf ( 0.13 MB)
17app3.pdf ( 0.20 MB)
18app4.pdf ( 0.12 MB)
19bio.pdf ( 0.11 MB)
5
การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูในการเสริมสร้างวินัยให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านหัวดอย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2547
โดย : กำพล สินันตา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพและแนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูในการเสริมสร้างวินัยให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านหัวดอย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 1 ประชากร ได้แก่ ครูโรงเรียนบ้านหัวดอย จำนวน 18 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ปกครอง จำนวน 216 คน รวมทั้งสิ้น 234 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มี 2 ฉบับ ใช้สอบถามครูและผู้ปกครอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความถี่ นำเสนอผลการวิเคราะห์โดยใช้ตารางประกอบคำบรรยาย ผลการศึกษาพบว่า 1. ครูที่รับผิดชอบมีเจตคติที่ดีต่อการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างวินัยให้แก่นักเรียน โดยมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุเลือกยุทธวิธีและวางแผนที่เหมาะสม ครูมีความรับผิดชอบ มีความรู้และมีประสบการณ์ในการเสริมสร้างวินัยให้แก่นักเรียน 2.ผู้ปกครองมีความเต็มใจต่อการมีส่วนร่วม มีเจตคติที่ดีต่อการเสริมสร้างวินัยให้แก่ นักเรียน และพร้อมจะมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างวินัยให้แก่นักเรียน 3.แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง คือ ผู้ปกครองควรช่วยดูแลพฤติกรรมเกี่ยวกับวินัยของนักเรียนในขณะที่อยู่บ้าน และประสานงานกับครูอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อครูจะได้ทราบข้อมูลต่าง ๆ ของนักเรียนและหาทางเสริมสร้างวินัยให้แก่นักเรียนร่วมกัน 4. แนวทางการมีส่วนร่วมของครู คือ ครูควรจัดสภาพโรงเรียน อาคารสถานที่ และที่สำคัญคือตัวครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับนักเรียน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1front.pdf ( 0.09 MB)
2ch1.pdf ( 0.07 MB)
3ch2.pdf ( 0.42 MB)
4ch3.pdf ( 0.08 MB)
5ch4.pdf ( 0.10 MB)
6ch5.pdf ( 0.09 MB)
7bib.pdf ( 0.10 MB)
8app1-2.pdf ( 0.06 MB)
9app3.pdf ( 0.08 MB)
6
การใช้วิธีสอนแบบสตอรี่ไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถทางการฟัง-พูด ภาษาอังกฤษของนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาอังกฤษ (หลักสูตร 5 ปี) ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
วิทยานิพนธ์/Thesis 2548
โดย : กฤติยา อริยา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเพื่อศึกษาพฤติกรรมในระหว่างเรียน โดยใช้วิธีสอนแบบสตอรี่ไลน์ กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาอังกฤษ (หลักสูตร 5 ปี) ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ภาคเรียนที่ 1/2547 จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบสตอรี่ไลน์ แบบทดสอบความรู้ความสามารถการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และแบบสังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียน ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้วิธีสอนแบบสตอรี่ไลน์โดยเฉลี่ย คะแนนจากการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนที่ระดับนัยสำคัญ .01 และพฤติกรรมการเรียนโดยใช้วิธีสอนแบบสตอรี่ไลน์เพื่อส่งเสริมการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ มีค่าเฉลี่ยคะแนนระดับพฤติกรรมการฟัง-พูดอยู่ในระดับมาก ผลการศึกษาพฤติกรรมระหว่างเรียนจากการบันทึกภาพวิดีโอ พบว่า ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออก มีความเชื่อมั่น ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ฯลฯ อยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องตามจุดมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. 2542 ในเรื่องของการเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1krittiya.pdf ( 2.11 MB)
7
ผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษที่ได้รับการสอนแก้ปัญหาแบบ IDEAL ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพานพิเศษพิทยา อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
วิทยานิพนธ์/Thesis 2549
โดย : ยุดาพรรณ์ ธาดาเสถียร
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษ ที่ได้รับการสอนแก้ปัญหาแบบ IDEAL กลุ่มประชากรที่ศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพานพิเศษพิทยา อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษอ่าน -เขียน (อ 022) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2545 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแก้ปัญหาแบบ IDEAL แบบทดสอบวัดความเข้าใจในการอ่านและแบบทดสอบวัดการเขียนย่อเรื่อง กลุ่มประชากรทำแบบทดสอบวัดความเข้าใจในการอ่านและแบบทดสอบวัดการเขียนย่อเรื่องก่อนทำการทดลอง ต่อจากนั้นผู้วิจัยทำการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแก้ปัญหาแบบ IDEAL โดยใช้เวลาทั้งหมด 8 สัปดาห์ๆ ละ 2 คาบ คาบละ 50 นาที แล้วทำการวัดความเข้าใจในการอ่านและการเขียนย่อเรื่องหลังการทดลอง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. คะแนนวัดความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ได้รับการสอนแก้ปัญหาแบบ IDEAL สูงกว่าคะแนนก่อนการทดลอง 2. คะแนนการเขียนสรุปย่อเรื่องภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ได้รับการสอนแก้ปัญหาแบบ IDEAL สูงกว่าคะแนนก่อนการทดลอง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1front.pdf ( 0.08 MB)
2ch1.pdf ( 0.11 MB)
3ch2.pdf ( 0.21 MB)
4ch3.pdf ( 0.14 MB)
5ch4.pdf ( 0.07 MB)
6ch5.pdf ( 0.12 MB)
7bib.pdf ( 0.08 MB)
8app.pdf ( 0.20 MB)
8
แนวทางการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยา เขต 1
On-Going Strategies for Small-sized Schools' Academic Administration in the Office of Phayao Educational Services Area 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2551
โดย : ธวัชชัย สิงห์จันทร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Cover.pdf ( 0.03 MB)
2Abs.pdf ( 0.10 MB)
3Ack.pdf ( 0.02 MB)
4Contents.pdf ( 0.05 MB)
5Chapter 1.pdf ( 0.12 MB)
6Chapter 2.pdf ( 2.83 MB)
7Chapter 3.pdf ( 0.17 MB)
8Chapter 4.pdf ( 0.40 MB)
9Chapter 5.pdf ( 0.53 MB)
10Bibliography.pdf ( 0.22 MB)
11Appendix.pdf ( 0.23 MB)
12Biography.pdf ( 0.02 MB)
9
สภาพขวัญและกำลังใจของครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 1 และช่วงชั้นที่ 2 อำเภอพาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 2
The State of Teachers' Morale in Basic Education Institutions of the First and Second Key Stages under the Office of Educational Service Area Chaing Rai Region 3, Phan District
วิทยานิพนธ์/Thesis 2550
โดย : บุญค้ำ ศรีแก้ว
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Cover.pdf ( 0.03 MB)
2Abs.pdf ( 0.09 MB)
3Ack.pdf ( 0.02 MB)
4Contents.pdf ( 0.05 MB)
5Chapter 1.pdf ( 0.17 MB)
6Chapter 2.pdf ( 0.63 MB)
7Chapter 3.pdf ( 0.05 MB)
8Chapter 4.pdf ( 0.30 MB)
9Chapter 5.pdf ( 0.19 MB)
10Bibliography.pdf ( 0.07 MB)
11Appendix.pdf ( 0.16 MB)
12Biography.pdf ( 0.02 MB)
11
การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มัลติมีเดีย เรื่อง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ในระดับช่วงชั้นที่ 1-2 โรงเรียนบ้านป่าคา ตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา
Production of Multimedia Electronics Book Titled Idioms, Proverb and Aphorism for Class Period 1-2 Banphaka School, Pong District, Phayao Province
วิทยานิพนธ์/Thesis 2555
โดย : ประภัทรพงษ์ จิตตะ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1cover.pdf ( 0.03 MB)
2abs.pdf ( 0.05 MB)
3ack.pdf ( 0.03 MB)
4content.pdf ( 0.06 MB)
5ch 1.pdf ( 0.31 MB)
6ch 2.pdf ( 1.13 MB)
7ch 3.pdf ( 0.40 MB)
8ch 4.pdf ( 0.11 MB)
9ch 5.pdf ( 0.18 MB)
10bio.pdf ( 0.02 MB)
11app.pdf ( 1.87 MB)
12bio.pdf ( 0.02 MB)
12
การบริหารคุณภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในโรงเรียนเอกชน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1
The Quality Management of the Early Childhood Educational Management in Private Schools under Chiangrai Primary Educational Services Area Office 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2554
โดย : ปรียาพร ทองพันธ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1cover.pdf ( 0.03 MB)
2abs.pdf ( 0.11 MB)
3ack.pdf ( 0.02 MB)
4content.pdf ( 0.05 MB)
5ch 1.pdf ( 0.23 MB)
6ch 2.pdf ( 2.58 MB)
7ch 3.pdf ( 0.10 MB)
8ch 4.pdf ( 0.71 MB)
9ch 5.pdf ( 0.31 MB)
10bib.pdf ( 0.15 MB)
11app.pdf ( 0.31 MB)
12bio.pdf ( 0.02 MB)
14
การพัฒนาวินัยในตนเองของนักเรียนโรงเรียนบ้านจะคือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 1
The Development of the Students' Self-Discipline in Ban Ja Keu School under the Office of Educational Services Area, Chiang Rai Region 1
วิทยานิพนธ์/Thesis 2553
โดย : เฉลิมวุฒิ ชื่นตา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
ศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาวินัยในตนเอง ระดับของพฤติกรรมการมีวินัยในตนเองของนักเรียน และแนวทางในการพัฒนาวินัยในตนเองของนักเรียนโรงเรียนบ้านจะคือ ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งเสริมการมีวินัยในตนเองของนักเรียน โรงเรียนบ้านจะคือ ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ในภาพรวมมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการมีวินัยในตนเองของนักเรียนในระดับมาก ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการมีวินัยในตนเองของนักเรียน โรงเรียนบ้านจะคือ ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ในภาพรวมเป็นอุปสรรคต่อการมีวินัยในตนเองของนักเรียนในระดับมาก นักเรียนโรงเรียนบ้านจะคือมีพฤติกรรมการมีวินัยในตนเองในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณรายด้าน พบว่า พฤติกรรมการมีวินัยในตนเองด้านความรับผิดชอบ ด้านความซื่อสัตย์และด้านการตรงต่อเวลามีพฤติกรรมการมีวินัยในตนเองในระดับมาก และด้านความเชื่อมมั่นในตนเอง ด้านการมีเหตุผลและด้านความสามารถในการควบคุมตนเองมีพฤติกรรมการมีวินัยในตนเองในระดับปานกลาง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1cover.pdf ( 0.06 MB)
2abs.pdf ( 0.29 MB)
3ack.pdf ( 0.09 MB)
4content.pdf ( 0.24 MB)
5ch1.pdf ( 0.84 MB)
6ch2.pdf ( 2.51 MB)
7ch3.pdf ( 0.48 MB)
8ch4.pdf ( 1.54 MB)
9ch5.pdf ( 0.99 MB)
10bib.pdf ( 0.43 MB)
11app.pdf ( 2.38 MB)
12bio.pdf ( 0.07 MB)

Search within results