Search Result 758 Found

  • Filters
 
1
การพัฒนาพันธุ์ความบริสุทธิ์ของผักกาดเขียวกวางตุ้งสายพันธุ์ราชมงคล 1 และปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่
Cultival Purification of R.M. 1 and Improvement of New Variety of Pak-Choi (Brassica chinensis Linn var parachinensis (Bailley Tsen & Lee)
งานวิจัย/Research report nd.
โดย : นุลักษณ์ ขนบดี, พองาม เดชคำรณ, พรนิภา เลิศศิลป์มงคล, ปัทมา ศิริธัญญา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การพัฒนาพันธุ์ผักกาดเขียวกวางตุ้งประเภทบริโภคดอกและใบโดยได้ดำเนินการจำนวน 2 ประชากร ประชากรที่ 1 การพัฒนาความบริสุทธิ์ของผักกาดเขียวกวางตุ้งสายพันธุ์ราชมงคล 1 โดยการคัดเลือกแบบเก็บรวม รอบที่ 10 ระหว่าง ตุลาคม พ.ศ. 2545 ถึง มีนาคม พ.ศ. 2546 จากการคัดเลือกได้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ 1.5 กิโลกรัม ประชากรที่ 2 ทำการพัฒนาสายพันธุใหม่โดยวิธีการคัดเลือกพันธุ 2 วิธี คือ วิธีที่ 1. การคัดเลือกแบบจดบันทึกประวัติ ชั่วที่ 2 และ 3 วิธีที่ 2 คือ การคัดเลือกแบบเก็บรวม 3 รอบ จากนั้นทำการทดสอบความก้าวหน้าของสายพันธุ์ที่คัดเลือกที้ง 2 วิธี วางแผนการทดสอบแบบวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม 3 ช่วงเวลา ดังนี้ กันยายน ถึง พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 มกราคม ถึง มีนาคม พ.ศ. 2546 และพฤษภาคม ถึง สิงหาคม พ.ศ.2546 ผลการทดสอบความก้าวหน้าของสายพันธุ์ที่คัดเลือกแบบบันทึกประวัติ ชั่วที่ 2 และ 3 พบว่าช่วงเวลามีอิทธิพลต่อจำนวนแขนงต่อต้น และช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยว สายพันธุ์ที่คัดเลือกมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในลักษณะผลผลิตต่อไร่ จำนวนแขนงดอกต่อต้น อายุเก็บเกี่ยวและช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยว มีความแตกต่างกันทางสถิติของปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลากับสายพันธุ์ในทุกลักษณะ ยกเว้น จำนวนแขนงต่อต้นและอายุเก็บเกี่ยว สายพันธุ์ที่คัดเลือกไว้ให้ผลผลิติตั้งแต่ 3.4 ต้นต่อไร่ ได้แก่ สายพันธุ์ BCP009/BCP012 - # - # BCP009/BCP012 - # - # - # BCP009- 1 - # BCP009/BCP003 - # - # - # และ BCP007/BCP004 - # - # -# ตามลำดับ การทดสอบความก้าวหน้าของสายพันธุ์ที่คัดเลือกแบบเก็บรวม 3 รอบ พบว่า ช่วงเวลามีอิทธิพลต่อทุกลักษณธที่ศึกษา ยกเว้น จำนวนแขนงที่มีดอกต่อต้น สายพันธุ์มีความแตกต่างกันทางสถิติในลักษณะจำนวนแขนงที่มีดอกต่อต้น อายุเก็บเกี่ยวและช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยว พบความแตกต่างกันทางสถิติของปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลากับสายพันธุ์ในทุกลักษณธ ยกเว้นน้ำหนักต่อต้นและแขนงต่อต้น สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง เท่ากับ 2.3 ตันต่อไร่ คือ สายพันธุ์ที่คัดเลือกแบบเก็บรวม 3 รอบ และพันธุ์มาตรฐาน BCP014
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Cultival.pdf ( 0.30 MB)
2
เครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงจากเศษผงถ่านดำ เล่ม 1
Fuel block compressor from dust of black charcoal
งานวิจัย/Research report 2551
โดย : สัน นาคแถมทอง, รังสรรค์ ใจรักษา, วีระพันธุ์ กันทะมูล
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบสร้างและทดสอบเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงจากเหง้ามันสำปะหลัง ประกอบไปด้วยมอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า ใช้ขับปั้มไฮดรอลิกส์ วาล์วควบคุม 4 ทิศทาง 3 ตำแหน่ง ถังบรรจุน้ำมันไฮดรอลิกส์มีขนาดความสูง 390 mm กว้าง 120 mm กระบอกไฮดรอลิกส์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 mm อุปกรณ์ของชุดอัดแท่งเชื้อเพลิง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 mm ความยาว 190 mm จำนวน 2 ชุด ชุดละ 6 กระบอก ชุดแรกภายในกระบอกจะทำเป็นลายเมื่ออัดถ่านออกมาถ่านจะมีลายตามกระบอกและมีรูตรงกลาง ชุดที่สองจะมีแต่รูตรงกลาง ไม่มีลาย ระบบควบคุมของเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิง มี 2 ระบบคือ ควบคุมโดยใช้แรงจากมอเตอร์และควบคุมโดยใช้แรงจากคน วิธีการสดสอบ ใช้ผงถ่านธรรมดาและผงถ่านที่ได้จากเหง้ามันสำปะหลัง โดยนำมาผสมแบบที่ 1 ผงถ่าน 60 % แป้งเปียก 40 % และแบบที่ 2 อัตราส่วนผงถ่าน 80 % แป้งเปียก 20 % โดยใช้ความดันในการอัด คือ 250 ? 300 และ 350 lb/in2 พบว่าเวลาในการอัดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องจนถึงการเอาถ่านออก คือ 31 ? 41 วินาที โดยมีอัตราการผลิต 6 ก้อน/ครั้ง ถ่านที่ได้ออกมาจะมีความยาวอยู่ประมาณ 9.7 ? 11.8 cm เส้นผ่าศูนย์กลางถ่าน 4 cm มีความหนาแน่น 0.037 ? 0.04 kg/ m3 และช่างแรงดันที่ดีที่สุดคือ 300 lb/in2 แท่งเชื้อเพลิงที่ได้จะมีความหนาแน่นที่ดีและขนาดสวยงาม มีความแข็งแรงดีกว่าช่วงแรงดันอื่น ๆ ทดสอบค่าความร้อนเมื่อนำไปใช้ในเตาอังโล่และการทดสอบการรับแรงพบว่าถ่านที่อัดจากผงถ่านเหง้ามันสำปะหลังให้กำลังงานความร้อนโดยใช้เวลาเร็วกว่าถ่านจากผงถ่านไม้ โดยใช้เกณฑ์การเปรียบเทียบโดยกำหนดอุณหภูมิและจับเวลาผลที่ได้คือแท่งเชื้อเพลิงที่ได้จากเหง้ามันสำปะหลังใช้เวลาในการต้มน้ำน้อยกว่าถ่านจากไม้ 32 วินาทีและผลการรับแรงอัดระหว่างแท่งเชื้อเพลิงจากเหง้ามันสำปะหลังและถ่านไม้จะเห็นว่ามีการรับแรงอัดที่ใกล้เคียงกันทั้ง 2 ประเภท
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1บทคัดย่อ.pdf ( 0.38 MB)
2สารบัญ.pdf ( 2.15 MB)
3บทที่ 1.pdf ( 0.78 MB)
4บทที่ 2.pdf ( 21.37 MB)
5บทที่ 3.pdf ( 26.19 MB)
6บทที่ 4.pdf ( 2.59 MB)
7บทที่ 5.pdf ( 0.94 MB)
8บรรณานุกรม.pdf ( 0.28 MB)
9ภาคผนวก.pdf ( 9.49 MB)
3
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา Computer Programming 1 ของนักศึกษาภาคปกติ และภาคสมทบ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่
งานวิจัย/Research report 2551
โดย : ชัชฎาพร ปุกแก้ว
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและ ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่ เพื่อศึกษาถึงคุณลักษณะของผู้เรียนและการเรียนรู้ เพื่อศึกษาถึงคุณลักษณะของผู้สอน กระบวนการจัดการเรียนการสอน และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาภาคปกติ และภาคสมทบ สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบทดสอบจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งได้จากการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (Purpose Sampling) จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักศึกษาสาขาระบบสารสนเทศชั้นปีที่ 1 ภาคปกติและภาคสมทบ จำนวน 24 คน และ 20 คน ตามลำดับ กลุ่มผู้บริหารจำนวน 10 ราย และกลุ่มอาจารย์ในสาขาระบบสารสนเทศ จำนวน 4 ราย ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยการทดสอบความแตกต่างด้วยวิธี Independent-Sample t-test หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ด้วยวิธี Correlation และทดสอบที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 และ 0.05 การแจกแจงความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) การวิจัยครั้งนี้พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาภาคปกติ และภาคสมทบ สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่ มีความแตกต่างกัน ผู้วิจัยได้ค้นพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาภาคปกติและภาคสมทบ สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับเกรดเฉลี่ยสะสมเมื่อจบการศึกษาระดับการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและ ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่ เพื่อศึกษาถึงคุณลักษณะของผู้เรียนและการเรียนรู้ เพื่อศึกษาถึงคุณลักษณะของผู้สอน กระบวนการจัดการเรียนการสอน และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาภาคปกติ และภาคสมทบ สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบทดสอบจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งได้จากการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (Purpose Sampling) จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักศึกษาสาขาระบบสารสนเทศชั้นปีที่ 1 ภาคปกติและภาคสมทบ จำนวน 24 คน และ 20 คน ตามลำดับ กลุ่มผู้บริหารจำนวน 10 ราย และกลุ่มอาจารย์ในสาขาระบบสารสนเทศ จำนวน 4 ราย ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยการทดสอบความแตกต่างด้วยวิธี Independent-Sample t-test หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ด้วยวิธี Correlation และทดสอบที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 และ 0.05 การแจกแจงความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) การวิจัยครั้งนี้พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาภาคปกติ และภาคสมทบ สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่ มีความแตกต่างกัน ผู้วิจัยได้ค้นพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาภาคปกติและภาคสมทบ สำหรับวิชา Computer Programming 1 ของสาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพเชียงใหม่มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับเกรดเฉลี่ยสะสมเมื่อจบการศึกษาระดับ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ResearchReport All.pdf ( 2.16 MB)
4
สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษาชายในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูงปีที่1มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาภาคพายัพเชียงใหม่
งานวิจัย/Research report 2554
โดย : นุพันธ์ ลาภรัตนทอง, ณัฐพงศ์ ดีไพร, บงกช ศิลปานนท์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และสร้างเกณฑ์ปกติสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษาชายในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักศึกษาชาย ชั้นปีที่1 ในระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จํานวน297 คน ที่ทําการเรียนพลศึกษา โดยใช้แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของ AAHPERD (HEALTH - RELATED PHISICAL FITNESS TEST) จํานวน 5 รายการ คือ การวัดค่าดัชนีมวลกาย ความยืดหยุ่นของลําตัวด้วยการนั่งงอตัวไปข้างหน้า จํานวนครั้งในการลุก ? นั่ง ภายใน 1 นาที จํานวนครั้งที่ดันพื้นได้ภายในระยะเวลา30วินาที และระยะเวลาที่เดินหรือวิ่งได้เร็วที่สุดภายในระยะทาง1ไมล์ นําเสนอผลข้อมูลในรูปแบบของค่าเฉลี่ย (X ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทําการจัดกลุ่มสมรรถภาพทางกายเป็น 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี ปานกลาง ตํ่า และตํ่ามาก ตามลําดับ โดยใช้คะแนนดิบ(RawScore)และคะแนนที(T-score) ผลการวิจัยพบว่าค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาทั้งหมดอยู่ในระดับปกติ ส่วนความยืดหยุ่นของลําตัวจํานวนครั้งที่ลุกและนั่งจํานวนครั้งในการดันพื้นและระยะเวลาที่เดินหรือ วิ่งอยู่ในช่วงระดับปานกลาง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.52 MB)
2กิตติกรรมประกาศ บทคัดย่อ สารบัญ.pdf ( 0.54 MB)
3บทที่ 1.pdf ( 0.54 MB)
4บทที่ 2.pdf ( 0.74 MB)
5บทที่ 3.pdf ( 0.52 MB)
6บทที่ 4.pdf ( 0.54 MB)
7บทที่ 5.pdf ( 0.54 MB)
8บรรณานุกรม.pdf ( 0.53 MB)
9ภาคผนวก.pdf ( 0.46 MB)
10ภาคผนวก ก.pdf ( 1.10 MB)
11ภาคผนวก ข.pdf ( 0.50 MB)
12ภาคผนวก ค.pdf ( 0.63 MB)
13ภาคผนวก จ.pdf ( 0.50 MB)
14ภาคผนวก ค 1 แสดงผลคะแนนดิบ ค่าเฉลี่ย และ คะแนน T.pdf ( 0.71 MB)
5
คุณภาพทางกายภาพและองค์ประกอบเคมีของถั่วเหลือง พันธุ์ราชมงคล 1 และการใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์อาหาร
The Physical Quality and Chemical Composition of Rajamangala 1 Soybean and Utilization in Food Product
งานวิจัย/Research report nd.
โดย : ทราภรณ์ ศรีสมรรถการ, นิอร โฉมศรี, นภษร ศรีสุวอ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพ เคมีและทางประสาทสัมผัสของถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วและน้ำนมถั่วเหลืองจากถั่วเหลือง 4 สายพันธุ์ คือ ราชมงคล 1 (รม.1), เชียงใหม่ 60 (ชม. 60), สจ.4 และ สจ. 5 วางแผนการทดลองแบบ RCBD 2 บล็อค พบว่า ถั่วเหลืองพันธุ์ราชมงคล 1 (รม.1) มีปริมาณไขมันสูงสุด ส่วนถั่วเหลืองพันธุ์ สจ. 4 และ สจ. 5 มีค่าความสว่างของสีสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลิตภัณฑ์เต้าเจี้ยวที่ผลิตจากถั่วเหลืองทั้ง 4 สายพันธุ์มีคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) แต่เต้าเจี้ยวจากพันธุ์ รม.1, ชม. 60 และ สจ. 5 ได้คะแนนความชอบด้านสีสูงสุด ผลิตภัณฑ์ซีอิ๊วจากถั่วเหลืองพันธุ์ สจ. 5 มีปริมาณไขมันสูงสุด ซีอิ๊วจากพันธุ์ สจ. 4 มีปริมาณคาร์โบไฮเดรทสูงสุด และซีอิ๊วจากพันธุ์ ชม.60 ได้คะแนนความชอบด้านสี ลักษณะปรากฏ กลิ่น และความชอบโดยรวมสูงสุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลิตภัณฑ์น้ำนมถั่วเหลืองจากพันธุ์ ชม.60 มีค่าความเข้มสีเขียว (-a*) ต่ำสุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในขณะที่ปริมาณโปรตีน ไขมัน เถ้าทั้งหมด ความชื้น เยื่อใย และพลังงาน และคะแนนความชอบทางประสาทสัมผัส ทุกด้านของ น้ำนมถั่วเหลืองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) และยังพบว่าน้ำนมถั่วเหลืองจากถั่วเหลืองทุกสายพันธุ์สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 3-4 องศาเซลเซียส ได้นาน 3 เดือน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Soybean final report.pdf ( 1.51 MB)
6
ผลการเรียนและความสนใจในวิชาแคลคูลัส 1 - 1 ที่ใช้หลักการเรียนเพื่อรอบรู้ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
วิทยานิพนธ์/Thesis 2545
โดย : .อาภรณ์ อินต๊ะชัย, ผศ.ปาริชาติ บัวเจริญ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการเรียน และความสนใจในวิชาแคลคูลัส 1 ? 1 ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เรียนโดยใช้หลักการเรียนเพื่อรอบรู้ที่มีวีการซ่อมเสริมที่ต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คณะวิชาบริหารธุรกิจ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2544 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 74 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แผนการสอน แบบทดสอบวัดผลการเรียน และแบบสอบถามวัดความสนใจในวิชาภาษาอังกฤษ ข้อมูลที่รวบรวมได้วิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก.pdf ( 0.03 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.07 MB)
3กิตติกรรม.pdf ( 0.02 MB)
4สารบัญ.pdf ( 0.07 MB)
5บทที่1.pdf ( 0.19 MB)
6บทที่2.pdf ( 0.56 MB)
7บทที่2ต่อ.pdf ( 0.51 MB)
8บทที่3.pdf ( 0.21 MB)
9บทที่4.pdf ( 0.14 MB)
10บทที่5.pdf ( 0.23 MB)
11บรรณานุกรม.pdf ( 0.09 MB)
12ภาคผนวก.pdf ( 0.39 MB)
13ภาคผนวก2.pdf ( 0.23 MB)
14ภาคผนวก34.pdf ( 0.14 MB)
7
การเปรียบเทียบพันธุ์ถั่วเหลืองชุดที่ 1 ฤดูแล้ง 2521
regional Yield Trials of soybean Group I : Dry Season, 1978
งานวิจัย/Research report 2522
โดย : ภาพรรณ สุตาคำ, ธรรมนูญ ฤทธิมณี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การเปรียบเทียบพันธุ์ถั่วเหลืองชุดที่ 1 จำนวน 17 พันธุ์ คือพันธุ์ Clark 63, Wayne, 6-10, 6-22, 11-3, 11-4, 18-3, 7019-1, 7019-2, 7024-1,7024-2, 7024-3, 7207-1, 7207-2, SJ. 1, SJ. 2, และ SJ. 4 ทำการปลูกในฤดูแล้งระหว่างเดือนมกราคม ถึง เดือน เมษายน 2522 ผลการทดลองปรากฏว่า พันธุ์ 7024-1 ให้ผลผลิตสูงที่สุดคือ 1.716 กก./8 ตารางเมตร หรือประมาณ 1.343 กก./ไร่ พันธุ์ 11-3 ให้น้ำหนักเมล็ดสูงที่สุดคือ 18.0 กรัม/ 100 เมล็ด พันธุ์ Wayne ให้จำนวนฝักต่อต้นสูงที่สุดคือ 61.25 ฝัก/ต้น และพันธุ์ 7019-2 ออกดอกเร็วที่สุดคือ 34.50 วันหลังปลูก ข้อมูลที่ได้แสดงให้เห็นว่าพันธุ์ที่ให้น้ำหนักเมล็ดสูงมีแนวโน้มที่จะให้ผลผลิตสูงด้วย (r=0.46)
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Soybean1.pdf ( 0.24 MB)
8
การใช้โปรแกรมวิชวลคาเฟสร้างสื่อการสอนวิชาแคลคูลัส 1 สำหรับวิศวกร
Instruction media of calculus I for engineer by using VisualCafe program
งานวิจัย/Research report 2550
โดย : ทนงศักดิ์ ยาทะเล
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Cover.pdf ( 0.15 MB)
2Abstract.pdf ( 0.13 MB)
3Content.pdf ( 0.25 MB)
4Chapter 1.pdf ( 0.26 MB)
5Chapter 2.pdf ( 4.77 MB)
6Chapter 3.pdf ( 0.64 MB)
7Chapter 4.pdf ( 0.71 MB)
8Chapter 5.pdf ( 0.23 MB)
9Bibliography.pdf ( 0.89 MB)
10appendix.pdf ( 0.94 MB)
9
การพัฒนาสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องตัวของนักศึกษาสาขาวิชาการตลาด ระดับปริญญาตรีชั้นปีที่1มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่
Developing Agility of first-year Undergraduates of Marketing, Rajamangala University of Technology Lanna- North Campus Chiang Mai
งานวิจัย/Research report 2554
โดย : ยพร ปรมาธิกุล, นายประจักษ์ สุวรรณธีระกิจ, ภานุพันธ์ ลาภรัตนทอง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงคเ์พื่อประเมินและพัฒนาสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องตัวของนักศึกษากลุ่มตัวอยา่งที่ใช้ในการศึกษาคือนักศึกษาสาขาวิชาการตลาดระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่1มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาภาคพายัพเชียงใหม่ โดยใช้แบบฝึกและโปรแกรมการ ฝึกที่สร้างขึ้น ผลการศึกษาพบว่า 1.นักศึกษาหญิงมีพัฒนาการสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องตัวโดยก่อนการฝึก ได้ค่าเฉลี่ยเวลาเท่ากับ 13.91 และภายหลังรับการฝึกมีค่าเฉลี่ยเวลาลดลงเท่ากับ13.07 มีผลความแตกต่างค่าเวลาเฉลี่ยเท่ากับ -0.84และเมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ประเมินสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องตัวของสำนักพัฒนาการพลศึกษาและนันทนาการกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยก่อนการฝึกมีผลค่าเฉลี่ยค่อนข้างตํ่าและมีระดับคุณภาพ/คะแนนเฉลี่ย2.21และหลัง รับการฝึก มีผลค่าเฉลี่ย พอใช้ และมีระดับ คุณภาพ/คะแนนเฉลี่ย 3.05 2.นักศึกษาชายมีพัฒนาการสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องตัวโดยก่อนการฝึก ได้ค่าเฉลี่ยเวลาเท่ากับ11.07 และภายหลังรับการฝึกมีค่าเฉลี่ยเวลาลดลงเท่ากับ 10.60 มีผลความแตกต่างค่าเวลาเฉลี่ยเท่ากับ -0.47และเมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ประเมินสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องตัวของสำนักพัฒนาการพลศึกษาและนันทนาการกรมพลศึกษากระทรวงศึกษาธิการโดยก่อน การฝึกมีผลค่าเฉลี่ย พอใช้ และมีระดับ คุณภาพ/คะแนนเฉลี่ย 3.00 และหลังรับการฝึกมีผลค่าเฉลี่ย ดี และมีระดับ คุณภาพ/คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.42
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปกงานวิจัย.pdf ( 0.52 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.47 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.50 MB)
4สารบัญวิจัย.pdf ( 0.52 MB)
5บทที่ 1วิจัย.pdf ( 0.51 MB)
6บทที่ 2 วิจัย.pdf ( 0.68 MB)
7บทที่ 3 วิจัย.pdf ( 0.49 MB)
8บทที่ 4 วิจัย.pdf ( 0.55 MB)
9บทที่ 5 วิจัย.pdf ( 0.51 MB)
10บรรณานุกรม.pdf ( 0.47 MB)
11ภาคผนวก.pdf ( 0.45 MB)
12ภาคผนวก ก. แบบทดสอบที่ใช้ในการศึกษา.pdf ( 1.72 MB)
13ภาคผนวก ข. แบบฝึกและโปรแกรมการฝึก.pdf ( 1.82 MB)
14ประวัติคณะผู้วิจัย.pdf ( 0.50 MB)
10
รายวานการวิจัย เรื่องการประยุกต์ใช้แฟ้มสะสมงานประเมินผลการเรียน วิชาการเขียน1 ระดัวปริญญาตรี
The application of portfolio aeeessment for writing1 at undergraduate level
งานวิจัย/Research report 2548
โดย : พรหทัย ตัณฑ์จิตานนท์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้แฟ้มสะสมงานประเมินผลการเรียนวิชาการเขียน 1 และศึกษาผลการใช้ตลอดจนคุณภาพของการประเมินในด้านความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่น กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคพายัพ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ(การบัญชี) ชั้นปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2542 จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสำรวจ แบบสังเกต แบบบันทึก เกณฑ์การให้คะแนน แบบฟอร์มเกณฑ์การให้คะแนน แบบประเมินความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ และ แบบสรุปความก้าวหน้าในการเขียนภาษาอังกฤษที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นและได้นำไปทดลองใช้ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป (SPSS) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสหสัมพันธ์แบบ สเปียร์แมน และค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย 7 ขั้นตอนตามลำดับคือ การวางแผนและเตรียมการ การเก็บรวบรวมและจัดระบบงาน การคัดเลือกและปรับเปลี่ยนผลงาน การจัดระบบแฟ้มผลงานดีเด่น การแสดงความคิดเห็นต่อผลงานและตรวจสอบความสามารถของตนเอง การประเมินผลงาน ตลอดจนการจัดนิทรรศการและแลกความก้าวหน้าในการเขียนภาษาอังกฤษ และช่วยสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการเรียนมากขึ้น และเมื่อพิจารณาถึงคุณภาพของการประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมงานพบว่าค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แทนค่าความเที่ยงตรงตามสภาพมีค่าเท่ากับ .985 และค่าความเชื่อมั่นในการให้คะแนนของผู้ประเมิน มีค่าเท่ากับ .941
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.03 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.05 MB)
3สารบัญ.pdf ( 0.09 MB)
4บทที่1.pdf ( 0.18 MB)
5บทที่2.pdf ( 1.46 MB)
6บทที่3.pdf ( 0.40 MB)
7บทที่4.pdf ( 0.80 MB)
8บทที่5.pdf ( 0.23 MB)
9บรรณานุกรม.pdf ( 0.10 MB)
10ภาคผนวก.pdf ( 3.25 MB)
11
การคัดเลือกแบบรวมรอบที่ 1 ของผักกาดหัวพันธุ์เบา
Mass Selection for Early Variety of Chinese Radish (Raphanus sativus L. var. longipinnatus Bailey)
งานวิจัย/Research report 2530
โดย : จานุลักษณ์ ขนบดี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การคัดเลือกแบบรวมของผักกาดหัวพันธุ์เบาเพื่อสร้างประชากรให้มีความแปรปรวนสูงสำหรับใช้ในการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์โดยนำพันธุ์คัดเลือกของบริษัทเจียไต๋ฯ จำกัด ปลูก 2 ครั้ง ปลูกครั้งที่ 1 ระหว่าง 29 ตุลาคม ถึง 8 ธันวาคม 2530 จำนวน 10,212 ต้น พื้นที่ 2 ไร่ ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวและคัดเลือกต้นที่มีลักษณะตามต้องการ ปลูกครั้งที่ 2 ระหว่าง 8 ธันวาคม 2530 ถึง 18 มีนาคม 2531 ปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ในต้นที่คัดเลือก คัดเลือกต้นที่ลักษณะผิดปกติออก 9,505 ต้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์คัดเลือกทิ้ง 93.1% คัดเลือก 2 ลักษณะคือ ลักษณะใบกรม ก้านใบยาว ลงหัวลึกไม่เกิน 1 ใน 2 ของความยาวหัวขนาดหัว 2x10 นิ้ว หัวตรง ไม่แตกราก ผิวเรียบ สีขาว ได้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ 3.45 กก. มีองค์ประกอบผลผลิตได้แก่ น้ำหนักเมล็ดพันธุ์ต่อต้น 29.8 กรัม จำนวนฝักต่อต้น 866 ฝัก ความยาวฝัก 4.4 ซม. จำนวนเมล็ดต่อฝัก 5.2 เมล็ดและจำนวนแขนงต่อต้น 17 แขนง ส่วนลักษณะใบไม่จำแนกแบบและมีลักษณะอื่นเหมือนลักษณะใบกลมได้ผลผลิต 2.92 กก. มีองค์ประกอบผลผลิตได้แก่ น้ำหนักเมล็ดพันธุ์ต่อต้น 29.6 กรัม จำนวนฝักต่อต้น 873 ฝัก ความยาวฝัก 4.5 ซม. จำนวนเมล็ดต่อฝัก 5.6 เมล็ด และจำนวนแขนงต่อต้น 16.3 แขนง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Chinese9.pdf ( 0.23 MB)
12
ทักษะของนักศึกษา บธ.บ.สส.(4 ปี) 1 ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ (จอมทอง) ในการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ การบัญชีขั้นต้น 1 ในการปิดบัญชีสำหรับกิจการให้บริการ
งานวิจัย/Research report 2553
โดย : ทศพร ไชยประคอง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะของนักศึกษาในการปิดบัญชีสำหรับกิจการให้บริการและเปรียบเทียบทักษะของนักศึกษาในการปิดบัญชีสำหรับกิจการให้บริการของนักศึกษา บธ.บ.สส.(4 ปี) 1 ง ในการเรียนวิชา การบัญชีขั้นต้น 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 สาขาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ (จอมทอง) จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. และ ค่า t-test ใช้สำหรับทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัยปรากฏว่าทักษะของนักศึกษา บธ.บ.สส.(4 ปี) 1 ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ (จอมทอง) ในการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ การบัญชีขั้นต้น 1 ในการปิดบัญชีสำหรับกิจการให้บริการ พบว่าสูงขึ้น ณ ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปกนอก.pdf ( 0.57 MB)
2บทคัดย่อ.pdf ( 0.48 MB)
3Abstract.pdf ( 0.47 MB)
4กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.49 MB)
5สารบัญ.pdf ( 0.48 MB)
6สารบัญตาราง1.pdf ( 0.49 MB)
7บทที่ 1.pdf ( 0.51 MB)
8บทที่ 2.pdf ( 0.52 MB)
9บทที่ 3.pdf ( 0.49 MB)
10บทที่ 4.pdf ( 0.50 MB)
11บทที่ 5.pdf ( 0.49 MB)
12บรรณานุกรม.pdf ( 0.49 MB)
13ภาคผนวก_ก.pdf ( 0.48 MB)
14ภาคผนวก_ข.pdf ( 0.46 MB)
15ประวัติ.pdf ( 0.49 MB)
13
การใช้บทเพลงในการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ 2 สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่
Utilizing Songs to Enhance the Vocabulary Ability and Motivation of the Students of Rajamangala University of Technology Lanna
งานวิจัย/Research report 2554
โดย : กวรรณ คันธากร, ศศิวิมล ชิน, ปริศนา กุลนลา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากการใช้บทเพลงในการเรียนและแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ จำนวน 35 คนที่ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 2 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการสอนโดยการใช้บทเพลง จำนวน 3 แผน แผนละ 4 คาบ คาบละ 60 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดความสามารถด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษและแบบวัดแรงจูงใจในการเรียน ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วย การวัดความสามารถทางด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษและแรงจูงใจในการเรียนของนักศึกษาก่อนและหลังการเรียนด้วยการใช้บทเพลงในการเรียน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักศึกษามีความสามารถทางด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษสูงขึ้นหลังการใช้บทเพลงใน การเรียน 2. นักศึกษามีแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษสูงขึ้นหลังการใช้บทเพลงในการเรียน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1ปก-ปกใน.pdf ( 0.56 MB)
2กิตติกรรมประกาศ.pdf ( 0.47 MB)
3บทคัดย่อ.pdf ( 0.49 MB)
4สารบัญ.pdf ( 0.49 MB)
5บทที่ 1.pdf ( 0.52 MB)
6บทที่ 2.pdf ( 0.65 MB)
7บทที่ 3.pdf ( 0.53 MB)
8บทที่ 4.pdf ( 0.50 MB)
9บทที่ 5.pdf ( 0.52 MB)
10บรรณานุกรม.pdf ( 0.52 MB)
11ภาคผนวก.pdf ( 0.62 MB)
12ประวัติผู้วิจัย.pdf ( 0.50 MB)
14
การคัดเลือกพันธุ์แตงกวาพันธุ์พื้นเมืองแบบวงจรผสมตัวเอง 1 ชั่ว และสกัดสายพันธุ์แท้
S1-Selection and Inbred Line Extraction of Local Cucumber (Cucumis sativus L.)
งานวิจัย/Research report 2531
โดย : นุลักษณ์ ขนบดี, พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
จากการคัดเลือก และผสมตัวเองหรือระหว่างพี่น้องในพันธุ์แตงกวาพันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ผสมปล่อยคัด และพันธุ์ผสมเลือดชิด โดยปลูกคัดเลือกในช่วงพฤศจิกายน 2529 ถึง เมษายน 2530 หลังจากนั้นนำสายพันธุ์หรือพันธุ์ที่คัดเลือกคือ พันธุ์แตงกวา 7 ใบ 5 สายพันธุ์ พันธุ์แตงกวาผลเล็ก 17 สายพันธุ์และพันธุ์ตราเด็กบิน 4 พันธุ์ ปลูกทดสอบโดยไม่ทำซ้ำ ระหว่างพฤษภาคม ถึง กรกฎาคม 2530 จากการคัดเลือกโดยพิจารณาลักษณะผลผลิตสูง เปอร์เซ็นต์สีเขียวของผลสูง คัดเลือกกลุ่มพันธุ์ผลเล็ก-เด็กบิน (ผลสั้น) ได้ 5 สายพันธุ์ และ 4 พันธุ์ กลุ่มแตงกวา 7 ใบ (ผลยาว) 4 สายพันธุ์ เพื่อนำไปเข้าการคัดเลือกพันธุ์แบบวงจรผสมตัวเอง 1 ชั่ว (S1-Selection) โดยเริ่มต้นจากการผสมแบบพบกันหมดภายในกลุ่มรอบแรกแล้วคัดเลือกในกลุ่มของแตงกวาผลเล็ก-เด็กบิน ไว้ 15 สายพันธุ์ กับกลุ่มแตงกวา 7 ใบ คัดเลือกไว้ 1 สายพันธุ์ นอกจากนี้ได้ใช้วิธีการคัดเลือกแบบสกัดสายพันธุ์แท้เพื่อสร้างพันธุ์ลูกผสม โดยคัดเลือกแล้วผสมตัวเองในต้นที่คัดเลือกพบว่าในกลุ่มของแตงกวาผลเล็ก-เด็กบิน คัดเลือกไว้ 11 สายพันธุ์ กลุ่มแตงกวา 7 ใบ คัดเลือกไว้ 2 สายพันธุ์ ซึ่งจะนำไปสู่การคัดเลือกในชั้นต่อไป
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1Inbred.pdf ( 0.36 MB)
15
การสร้างชุดบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชา ปฏิบัติงานเครื่องมือกล 1 เรื่องงานกลึง
งานวิจัย/Research report 2554
โดย : ลิม ยาวิลาศ, อิศเรศ ไชยพิสุทธิพงศ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง และหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชา ปฏิบัติงานเครื่องมือกล 1 เรื่องงานกลึง หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพ เชียงใหม่ โดยมีสมมติฐานทางการวิจัยไว้ว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 กลุ่มตัวอย่าง ของการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาช่างกลเกษตร ปีการศึกษา 2554 จำนวน 24 คน โดยเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นรายบุคคล จำนวน 1 หน่วยการเรียน ในระหว่างก่อนเรียนหน่วยการเรียน ทำแบบทดสอบ เมื่อเรียนครบหน่วยการเรียนแล้วทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วนำผลการทดลองหาค่าประสิทธิภาพของบทเรียน ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชา ปฏิบัติงานเครื่องมือกล 1 เรื่องงานกลึง มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 80.21/81.88 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในสมมติฐาน สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอน วิชา ปฏิบัติงานเครื่องมือกล 1 สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ตามหลักสูตรได้

Search within results