Search Result 58 Found

  • Filters
 
1
1 ศตวรรษตัวนำยวดยิ่ง : อดีต ปัจจุบันและอนาคต
Century of superconductors : past present and future
บทความ/Article 2015
โดย : อาภาพงศ์ ชั่งจันทร์
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
ตัวนำยวดยิ่งถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1911 นับเป็นเวลากว่าศตวรรษที่ตัวนำยวดยิ่งได้มีการพัฒนาการทั้งด้านทฤษฎีและการทดลอง แม้ในปัจจุบันจะมีการประยุกต์ใช้ตัวนำยวดยิ่งในหลายๆ ด้าน อาทิเช่น ด้านการแพทย์ ด้านการคมนาคมหรือการวิจัยที่ต้องใช้สนามแม่เหล้กความเข้มสูง แต่ความเข้าใจในกระบวนการเกิดสภานำยวดยิ่งก็ยังไม่เป็นที่กระจ่างชัดนักรวมถึงความพยายามในการสังเคราะห์ตัวนำยวดยอ่งที่มีอุณหภูมิวิกฤตใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้องึ่งยังไม่ประสบผลสำเร็จ จึงทำให้การวิจัยตัวนำยวดยิ่งเป็นปัญหาปลายเปิดที่ท้าทายความสามารถของนักฟิสิกส์จนกระทั่งทุกวันนี้ในบทความนี้จะกล่าวถึงประวัติการค้นพบและพัฒนาการของตัวนำยวดยิ่งการประยุกต์ใช้งานรวมถึงเป็นแนวทางในการใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 13.pdf ( 3.78 MB)
2
Electromagnetic holding design by using 3-D finite element method
บทความ/Article 2015
โดย : Pattana Intani
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
This paper simple an electromagnetic holder design by using three-dimension (3-D) finite element method (FEM) for logistics handling equipment, which the working model of holding magnetic is developed by using CST. Software to calculate magnetic flux density. Moreover, the performance of the holder is proposed by force, magnetic flux, and magnetic energy. at the same time. the results demonstrate that 3-D FEM result were agreement with the experiment results
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 6.pdf ( 1.24 MB)
3
Crime warning system using image and sound processing
บทความ/Article 2015
โดย : Pattana Intani
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
This paper presents a surveillance system which alerts when controvergy or an intruder is detected by using CCTV. The system takes advantage of sound signal processing to identily fighting and image processing to detect an intruder, then will notify and sent a signal to the system sdminister when an event occurs. The result shows that the energy of sound signal during fighting is higher than when in normal situation and the change pixel is incereased wjen there is an intruder. According to the result. this concept is applied to CCTV system in order to avoid human fatigue leading to the error to work quality after working with the monitor for long hours
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 5.pdf ( 1.25 MB)
4
Study on sensorless force control based on disturbance observer with friction force compensation
บทความ/Article 2015
โดย : Pattana Intani
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
This paper explained the disturbance observer, the system which is different from the force sensor control, because the disturbance observer force control can observe the external torque without force sensors If the system has the rigid mass or soft mass, concerning the environment, the disturbance observer can control and work well however when using disturbance observer in the system it will also use the low-pass filter because the feedback following the amplitude rang was setting. when the system has friction force has to be improved by friction force compensation, this estimated method is called a reaction torque observer. Thus, the disturbance observer is a solution of the problem which happen by force sensor. For example, disturbance torque, can be applied as quickly as possible for the another systems
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 4.pdf ( 2.18 MB)
5
การลดเวลาการผลิตกระบวนการเชื่อมชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยเทคนิค ECRS
Reducing the production of automotive parts in welding techniques with ECRS
บทความ/Article 2015
โดย : ฤทธิชัย สังฆทิพย์
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษากระบวนการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เฉพาะชิ้นส่วนคานรับเฟรมรถยนต์ของบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งหนึ่ง ปัจจุบันกำลังผลิตของบริษัทตอบสนองได้เพียง 300 ชิ้นต่อวัน แค่ลูกค้ามีความต้องการเพิ่มขึ้นเป็น 600 ชิ้นต่อวัน ทำให้ทางบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ต้องเพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนจากเดิม 1 กะต่อวัน มาเป็น 2 กะต่อวัน ส่งผลทำให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทสุงขึ้น จากเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่ทำการศึกษากระบวนการเชื่อมคานกันกระแทกแขนกลเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สามารถผลิตได้ทันความต้องการของลูกค้าที่สูงขึ้น โดยใช้กำลังการผลิตเท่าเดิมคือ 1 กะต่อวัน จากการวิเคราะห์กระบวนการเชื่อมคานกันกระแทกแขนกลพบว่า การทำงานของคนกับเครื่องจักรทำงานไม่สมดุลกัน ส่งผลให้รอบเวลาการผลิต (Cycle Time) สูง ดังนั้นนำเทคนิค ECRS ปรับปรุงวิธีการทำงาน จากการปรับปรุงกระบวนการผลิตทำให้รอบเวลาการผลิตลดลงจาก 86.68 วินาทีต่อชิ้น เหลือ 46.34 วินาทีต่อชิ้น หรือลดลงร้อยละ 45.05 ทำให้ประมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นตามที่ลูกค้าต้องการ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 2.pdf ( 1.65 MB)
6
การเซ็ตอัพบอร์ดประดิษฐ์สำหรับการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้ชุดประมวลผล TMS320F28335 ร่วมกับโปรแกรม MATLAB/SIMULINK
Fabricated Board Setup for DC Motor Drive using TMS320F28335 DSP
บทความ/Article 2556
โดย : กรพงษ์ จารุมิศร์, ธวัชชัย จิตต์สนธิ
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
บทความนี้นำเสนอการเซ็ตอัพบอร์ดประดิษฐ์ที่ใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ด้วยชุดประมวลผล TMS320F28335 ร่วมกับโปรแกรม MATLAB/SIMULINKบอร์ดประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นนี้ประกอบไปด้วย วงจรส่วนขยายที่ สำคัญในการควบคุมมอเตอร์ เช่นวงจรแปลงอนาล็อกเป็นดิจิตอล วงจรเข้ารหัส วงจรแปลงดิจิตอลเป็นอนาล็อก และ วงจรพีดับเบิ้นยูเอ็ม และวงจรอินเตอร์เฟสอินพุตเอาต์พุตเพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ทั้งในการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ า กระแสตรงและกระแสสลับ สำหรับการพัฒนาอัลกอริทึมของการควบคุมนี้ใช้ โปรแกรมโค๊ตคอมโพเซอร์สตูดิโอ (CCS) ร่วมกับโปรแกรม MATLAB/Simulink ซึ่งมีบล็อกเซ็ตสนับสนุน TC2 ร่วมกับดีเอสพีเบอร์ TMS320F28335 โดย ทดสอบกับการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแม่เหล็กถาวรพิกัดกำลัง 250 วัตต์ และพิกัดแรงดัน 90 โวลต์ เพื่อยืนยัน ถึงผลการใช้งานของบอร์ดประดิษฐ์ที่สร้างขึ้น และแสดงผลการออกแบบการควบคุมความเร็วมอเตอร์ด้วยวิธีการ ตอบสนองความถี่ ผลการทดลองแสดงถึงการตอบสนองของความเร็วรอบ แรงดัน และกระแสที่ไหลเข้ามอเตอร์ ขณะที่มี โหลดรบกวน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1การเซ็ตอัพบอร์ดประดิษฐ์สำหรับการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้ชุดประมวลผล .....pdf ( 1.06 MB)
7
การจำลองวิธีการเลื่อนเฟสสำหรับรูปคลื่นไซน์ควบคุมด้วยแรงดันไฟฟ้าโดยใช้โปรแกรม MATLAB
the simulation of method for voltage controlled phase shift of sinusoidal waveform with MATLAB
บทความ/Article 2556
โดย : บุญเรือง วังศิลาบัตร
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
บทความฉบับนี้นำเสนอ การจำลองวิธีการเลื่อนเฟสสำหรับรูปคลื่นไซน์ควบคุมด้วยแรงดันไฟฟ้าโดยใช้โปรแกรม MATLAB โดยรูปแบบของการจำลองจะกระทำบน Simulink ภายใต้โปรแกรม MATLAB เพื่อให้สามารถนำผลที่ได้จาการจำลองไปสร้างเป็นวงจรเลื่อนเฟสสำหรับรูปคลื่นไซน์ที่ควบคุมด้วยแรงดันไฟฟ้าเพื่อนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง โดยผลที่ได้จากการจำลอง จะเห็นว่าสามารถควบคุมการเลื่อนเฟสของรูปคลื่นไซน์ได้ในช่วงของ 0˚±84˚ ที่เอาท์พุตที่ 1 และ 180˚±84˚ ที่เอาท์พุตที่ 2 โดยสามารถกำหนดได้ด้วยการปรับตั้งแรงดันไฟตรงที่ใช้ในการควบคุมในช่วงของ -10V จนถึง 10V และถึงแม้ขนาดของแรงดันอ้างอิงและความถี่ของรูปคลื่นไซน์ทางด้านอินพุตเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในช่วงของ 1Vᵨ จนถึง 10Vᵨ และ 10Hz จนถึง 100 Hz ก็จะไม่มีผลกระทบต่อมุมเฟสที่เลื่อนไป และผลที่ได้จากการจำลองยังเป็นการสนับสนุนวิธีการควบคุมนี้
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1การจำลองวิธีการเลื่อนเฟสสำหรับรูปคลื่นไซน์ควบคุมด้วยแรงดันไฟฟ้าโดยใช้โปรแกรม MATLAB.pdf ( 1.89 MB)
8
R2R งานประจำสู่งานวิจัย สำหรับสถานศึกษา
R2R : Routine to Research for Educational Institution
บทความ/Article 2555
โดย : ณาวดี ศรีศิริวัฒน์
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
บทความนี้นำเสนอแนวคิดของการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ( Routine to Research, R2R) ซึ่งช่วยเพิ่มพูนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสนับสนุนให้การทำงานประจำกลายเป็นงานที่มีคุณค่า R2R ไม่เพียงแต่ใช้กับงานด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้กับทุกงาน ซึ่งรวมไปถึงงานในสถานศึกษาด้วย บทความนี้ได้ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่ใช้ R2R ส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริงในการทำงานและเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองคืกร
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1R2R งานประจำสู่งานวิจัย สำหรับสถานศึกษา.pdf ( 0.24 MB)
9
การแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อต่อเข้ากับกริดระบบแหล่งจ่ายการไฟฟ้า สำหรับภาระใช้งานขนาดเล็กเฟสเดี่ยว
Frid-connected solar power system for application on single-phase amall load
บทความ/Article 2014
โดย : ยเรือง วังศิลาบัตร, เสถียร ธัญญศรีรัตน์, จักรพงษ์ จารุมิศร์
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
งานวิจัยนี้นำเสนอการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อต่อเข้ากับกริดระบบแหล่งจ่ายการไฟฟ้าสำหรับภาระใช้งานขนาดเล็กเฟสเดียว โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากเซลแสงอาทิตย์จะถูกนำไปประจุลงในแบตเตอรี่และถูกยกระดับแรงดันไฟตรงให้สูงขึ้นเป็น 420อ แล้วแปลงเป็นไฟสลับถ่ายโอนพลังงานเข้าสู่กริดของระบบการไฟฟ้า โดยอินเวอรืเตอร์ ซึ่งใช้เทคนิคการควบคุมแบบฮิสเตอริวิสของกระแสไฟฟ้า และใช้โปรแกรม dSPACE รุ่น dS1104 ควบคุม จากการจำลองระบบการทำงานด้วยโปรแกรม Matlab/Simulink และทดสอบอินเวอร์เตอร์ที่ออกแบบขึ้น พบว่าอินเวอร์เตอร์ที่ออกแบบขึ้นสามารถถ่ายโอนกำลังไฟฟ้าให้กับภาระและจ่ายเข้าสุ่ระบบกริดของการไฟฟ้าได้ประมาณ 700w ซึ่งประสิทธิภาพของระบบจากการทดสอบโดยรวมจะอยุ่ที่ประมาณ 84.97%
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 42.pdf ( 2.04 MB)
10
การเปรียบเทียบวัดบริการเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร กรณีศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
Comparison of Measurement Information Technology Services of OrganizationCase Study : Faculty of Science and Technology PTWIT
บทความ/Article 2554
โดย : ยะวัฒน์ ทองแก้ว, แพรวพิสุทธิ์ จันเทศ, สุจรรยา ใจเดช, กิตติศักดิ์ กาญจนรัชต์
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดประสิทธิภาพ การบริการเทคโนโลยีสารสนเทศด้านระบบเครือข่ายไร้สายขององค์กรด้วยกระบวนการเปรียบเทียบวัดแบบวัดผลเฉพาะผลของการปฏิบัติงาน กรณีศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อต้องการทราบว่าการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศขององคืกรมีจุดอ่อน จุดแข็งของการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเปรียบเทียบกับ Benchmarking กระบวนการศึกษาเริ่มจากการกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถาบัน จากนั้นจึงวิเคราะห์ทั้งภายในภายนอกองค์การ ด้านบริการสารสนเทศ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริการ ด้านทรัพยากร ด้านการจัดการ และด้านบุคลากร ตามด้วยกระบวนการกำหนด Benchmarking โดยเริ่มจาก 1. การวางแผน 2. การรวบรวมข้อมูล 3. การวิเคราะห์ Benchmarking 4. การประยุกต์ผลของความพึงพอใจจากการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบไร้สาย ผลการศึกษาพบว่าคระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้ทำการติดตั้งชุดบริการเครือข่ายไร้สายให้บริการนักศึกษาและบุคลากรเพียงแต่ใช้สัญญาณร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน คุณภาพของสัญญาณมีคุรภาพต่ำ สามารถเชื่อมต่อได้เพียงบางจุดเท่านั้น
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1การเปรียบเทียบวัดบริการเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร....pdf ( 0.17 MB)
11
นวัตกรรมการให้บริการทางวิชาการทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์
Innovation of Academic Service on the Age of Globalization Education
บทความ/Article 2555
โดย : ไพฑูรย์ เริงกมล
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
ปัจจุบันผู้เรียน เรียนรู้ตามมาตรฐานหลักสูตรจากเอกสารหรือข้อมูลที่ครู - อาจารย์จัดเตรียมให้ซึ่งส่วนมากไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ปรากฎในสภาพแวดล้อมที่เป็นโลกาภิวัฒน์ ดังนั้นการให้บริการวิชาการยุคใหม่ สถาบันทางการศึกษาควรเน้นในรูปแบบไร้พรมแดนและเป็นเครือข่ายเป็นโลกาภิวัฒน์ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสภาพความเป็นจริงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างไม่จำกัด การให้บริการวิชาการลักษณะนี้เน้นหนักการเรียนรู้ด้วยตนเองไร้พรมแดน ซึ่งส่งผลทำให้บทบาทของสถาบันการศึกษา ครู - อาจารย์และผู้เรียนเปลี่ยนไป
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1นวัตกรรมการให้บริการทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์.pdf ( 0.29 MB)
12
การตรวจวัดระดับน้ำด้วยการหาผลต่างของภาพและใช้ตัวกรองความถี่ต่ำ
บทความ/Article 2556
โดย : สกล อุดมศิริ
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
บทความนี้เสนอ อัลกอริทึมสำหรับการตรวจ วัดระดับน้ำด้วยวิธีการ หาความต่างของภาพ และใช้ตัวกรองความถี่ต่ำผ่าน ในโดเมนควมถี่ ค่าความเบี่ยงเบนของค่าพิกเซลในบริเวณพื้นที่ผิวน้ำถูกใช้ในการกำหนดค่าความถี่มัดของตวกรองความถี่ต่ำ ค่าเวกเตอร์ลักษณะ เฉพาะ (feature vector) สำหรับการตรวจวัดระดับน้ำถูกคำรวณหาจากค่าความแปรปรวนของค่าพิกเซลในแต่ละเส้นตามแนวนอนของภาพ ค่าระดับน้ำที่วัดได้จากการประมวลผล สัญญาณ นี้ถูกเปรียบเทียบกับระดับน้ำ ในความเป็นจริงที่มองเห็นด้วยสายตา ความผิดพลาดของการตรวจวัดระดับน้ำถูกปรับปรุงให้ลงดต่ำลงได้้ดวยการปรับค่าความถี่ตัดของตัวกรองให้เหมาะสม โดยสามารถยืนยั้นได้จากผลการทดลอง
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1การตรวจวัดระดับน้ำด้วยการหาผลต่างของภาพและใช้ตัวกรองความถี่ต่ำผ่าน.pdf ( 3.25 MB)
13
อุปกรณ์การวิเคราะห์บนกระดาษ
Paper-based analytical device
บทความ/Article 2015
โดย : ปวีณา เดือนฉาย
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
อุปกรณ์การวิเคราะห์บนกระดาษ (Paper-based analytical device) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ในภาคสนามรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับคามนิยม โดยทำการสร้างช่องไหลของสารลงบนกระดาษ กระดาษเป็นวัสดุที่ชอบน้ำ (hydrophilic) เมื่อหยดน้ำลงบนกระดาษหรือจุ่มกระดาษลงในน้ำ น้ำจะซึมไปตามช่องขนส่งที่ได้สร้างไว้ซึ่งควบคุมทิศทางการซึทของน้ำหรือไหลได้ บทความนี้รวบรวมบทความที่เกี่ยวกับอุปกรณ์การวิเคราะห์บนกระดาษด้วยภาษาไทยที่เข้าใจง่าย โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้ การสร้างอุปกรณ์การวิเคราะห์บนกระดาษข้อดีและข้อเสียของวิธีการสร้างต่างๆ เทคนิคในการตรวจวัดบนอุปกรณ์การวิเคราะห์บนกระดาษ ตัวอย่างสารที่ถูกวิเคราะห์ อุปสรรคของการพัฒนาอุปกรณ์ รวมไปถึงความสำคัญของอุปกรร์ในภาคธุรกิจ
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 34.pdf ( 5.22 MB)
14
การสร้างตัวควบคุมป้อนกลับแบบสเตตพร้อมด้วยตัวสังเกตสำหรับควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์กระแสตรง
Implementation of a state feedback with state observer controller for a speed control of DC motor
บทความ/Article 2015
โดย : ถียร ธัญญศรีรัตน์, บุญเรือง วังศิลาบัตร
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
บทความนี้ เสนอการออกแบบตัวควบคุมป้อนกลับแบบสเตตจำลองการทำงานโดยใช้โปรแกรม MATLAB/SIMULINK สำหรับควบคุมความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ตัวควบคุมป้อนกลับแบบสเตตจะทำงานร่วมกับตัวสังเกตที่ถูกออกแบบโดยใช้เทคนิคการวางโพลให้กับระบบสำหรับให้ผลตอบสนองของความเร็ว ซึ่งทดสอบโดยผ่านการ์ดอินเตอร์เฟส dSPACE รุ่น DS1104 การปรับความเร็วรอบของมอเตอร์จะเป็นการควบคุมแรงดันที่ป้อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขนาด 48 วัตต์ พบว่า ความเร็วรอบของมอเตอร์สามารถควบคุมให้คงที่ได้ ในช่วงของความเร็วรอบ 0 ถึง 3200 รอบ/นาทีในขณะไม่มีโหลดและมีโหลดเต็มพิกัด
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1งานวิจัย 39.pdf ( 1.47 MB)
15
การเปรียบเทียบสมรรถนะของเครื่องสูบแบบไหลตามแนวแกนที่มีและไม่มีเพลาสกรู
Comparison performance of the axial flow pump with and without screw axle
บทความ/Article 2556
โดย : มานพ พิพัฒหัตถกุล
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึง การศึกษาสมรรถนะของเครื่องสูบน้ำแบบไหลตามแนวแกน เพื่อเปรียบเทียบกรณีที่มีและไม่มีเพลาสกรูติดตั้งอยู่ภายในท่อดูด ระบบทดลองประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำแบบไหลตามแนวแกนโดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวท่อดูด 0.12 และ 3.60 เมตร ตามลำดับขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Honda GX160 ขนาด 5.5 แรงม้า ใบพัดชนิด 3 ใบมีมุมองศาใบพัด 35 องศา เพลาสรูทำจากเหล็กกล้า มีมุม 30 องศา ความยาว 1.00 เมตร ติดตั้งอยู่ที่ตำแหน่งกึ่งกลางภายในท่อทางดูด ผลการทดลองเครื่องสูบน้ำที่เงื่อนไขการทดลองที่เฮด 1 และ 2 เมตร ที่ความเร็วรอบการทดสอบในช่วง 1,500 ถึง 4,000 รอบต่อนาที ด้วยการเพิ่มความเร็วครั้งละ 500 รอบต่อนาทีแสดงให้เห็นว่า เมื่อความเร็วรอบสูงขึ้น ทำให้กำลังของของไหล และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสุงขึ้น เครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งเพลาสกรูมีกำลังของไหลเพิ่มขึ้นร้อยละ 78.5 อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 และประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นร้อยละ 54.5 เครื่องสูบน้ำที่ไม่มีการติดตั้งเพลาสกรูมีประสิทธิภาพสุงสุดเท่ากับร้อยละ 8.4 ที่ความเร็วรอบ 3,000 รอบต่อนาทีและเฮด 2 เมตร ในขณะที่เครื่องสูบน้ำที่มีการติดตั้งเพลาสกรูจะมีประสิทธิภาพสุงสุดเท่ากับร้อยละ 12.8 ที่เงื่อนไขการทดสอบเดียวกัน
# ชื่อแฟ้มข้อมูล
1การเปรียบเทียบสมรรถนะของเครื่องสูบแบบไหลตามแนวแกนที่มีและไม่มีเพลาสกรู.pdf ( 2.91 MB)

Search within results